เยี่ยมชม Mitradeเทรดกับ เว็บ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitrade
สแกนเพื่อดาวน์โหลด
นโยบายกองบรรณาธิการเกี่ยวกับเรา
Mitrade Logoมุมมองการลงทุน

วิเคราะห์หุ้น Tesla(เทสล่า) และการคาดการณ์ราคาหุ้นของ Tesla(เทสล่า) สำหรับปี 2022

ผู้เขียน
|อัพเดทครั้งล่าสุด 09 ก.ย. 2565 07:30 น.
388
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย

ในปี 2016 ARK Investment กองทุนด้านเทคโนโลยีชื่อดังได้ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับอุตสาหกรรม EV และหุ้น Tesla(เทสล่า) เอาไว้ว่าภายในปี 2022 ต้นทุนการผลิตรถยนต์ EV จะเริ่มถูกลง ขณะที่ต้นทุนการใช้รถรุ่นเก่า (ICE) ยังคงมีราคาสูง ทำให้ราว 80% ของคนอเมริกันเปลี่ยนมาใช้รถ EV ซึ่งหากนำตัวเลขนี้มาคำนวณกับมูลค่าอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐก็นับเป็นการเติบโตที่น่ามหัศจรรย์ที่แม้เราจะยังไม่เห็นในวันนี้ แต่ก็พอจะเห็นแนวทางที่ชัดเจนขึ้น


นับถึงปัจจุบัน Tesla แตกไลน์ธุรกิจแล้วถึง 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ รถ EV, อุปกรณ์จัดเก็บกระแสไฟ และบริการอื่น ๆ ในไตรมาสแรกของปี 2022 บริษัทรายงานรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ $18,756 ล้านเหรียญ จัดส่งรถ EV ไปแล้วไตรมาสเดียวกว่า 310,048 คัน มีโรงงานผลิต 4 แห่ง ทั้งในแคลิฟอเนีย เซี่ยงไฮ้ เบอร์ลิน และเท็กซัส ทั้งยังเริ่มเห็นรายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่ EV ในหลักพันล้านแล้วเช่นกัน 


ย้อนกลับไปในปี 2021 Tesla(เทสล่า) ส่งมอบรถยนต์แล้ว 936,222 คันทั่วโลก และรายงานรายได้รวมทั้งปีที่ $53,823 ล้านเหรียญ คิดเป็นกำไร $13,606 ล้านเหรียญ เทียบกับ GM ในปีเดียวกันที่แม้มีรายได้สูงถึง $127,004 ล้านเหรียญ แต่กลับมีกำไรใกล้เคียง Tesla ที่ $17,878 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่ามหัศจรรย์สำหรับบริษัทยานยนต์ที่เพิ่งทำกำไรได้เมื่อไม่ถึงสิบปีมานี้ ความมหัศจรรย์นี้จะอยู่ต่อไปอีกนานเท่าไหร่ ยังมีความท้าทายอะไรรออยู่บ้าง คราวนี้เราจะมาวิเคราห์หุ้น Tesla(เทสล่า) และทำการคาดการณ์ราคาหุ้นของ Tesla(TSLA) สำหรับปี 2022 ให้ฟังกัน

ทำความรู้จัก Tesla (TSLA)

Tesla CEO-Elon Musk


Tesla เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎา 2003 โดย Martin Eberhard และ Marc Tarpenning ปีต่อมาบริษัทก็ถูกเปลี่ยนมือมาสู่ Elon Musk โดยเขาเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทด้วยเงินลงทุนกว่า 6.5 ล้านเหรียญ และกลายมาเป็น CEO ในปี 2008 จากนั้นอีก 5 ปี Tesla ก็เริ่มทำกำไรครั้งแรก (Turnaround) ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งทะยานจาก $8 มาทำจุดสูงสุดที่ $38.85 หรือเกือบ 500% ในเวลาเพียง 6 เดือน 


ปี 2009 Tesla เริ่มประวัติศาสตร์รถ EV ด้วยการส่ง Roadster รถสปอร์ต EV ออกมาเป็นคันแรก และสามารถส่งมอบรถได้กว่า 147 คันในปีเดียวกัน ตามมาด้วยการนำบริษัทเข้าเทรดในตลาด NASDAQ ในช่วงกลางปี 2010 และถัดมาในปี 2012 และ 2015 Tesla ก็เปิดเริ่มเปิดตัวซีรีส์อื่น ๆ อย่างรถสปอร์ตซีดาน Model S และ รถ SUV Model X ตามลำดับ ในปี 2015 บริษัทยังเปิดตัวเทคโนโลยี Powerwall ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในบ้าน รวมถึง Powerpack ที่ใช้ในอุตสาหกรรมด้วย


ปี 2016 Tesla เริ่มขยายเป้าหมายผลิตภัณฑ์ด้วยการเข้าเทคบริษัทติดตั้งโซลาเซลเพื่อมาเป็นส่วหนึ่งของบริษัทย่อยที่ผลิตโปรดักส์พวกแบตเตอร์รี่เพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่ยุคของพลังงานแสงอาทิตย์ตามไปด้วย และในปี 2017 บริษัทก็เปิดตัว EVรุ่นใหม่ Tesla Model 3 ที่มากับลุคสปอร์ตซีดาน ที่มาพร้อมกับยอดจองถล่มทลายกว่า 455,000 คัน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในระบบการผลิต และแน่นอนว่าส่งผลต่อราคาหุ้นด้วยเช่นกัน


บริษัทเริ่มขยายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นในปี 2019 โดยพุ่งเป้าไปที่ประเทศจีนที่เป็นแหล่งแรร์เอิร์ทและแรงงานราคาถูกของโลก และในปีถัดมาก็เริ่มเปิดโรงงานใหม่ในเยอรมันและอีกหนึ่งแห่งในเท็กซัส-สหรัฐด้วย และเปิดตัว Cybertruck ที่เสนอรูปแบบของรถกระบะ EV เป็นเจ้าแรก 


แม้ในปี 2020 การแพร่ระบาดของโควิดจะก่อให้เกิดปัญหาโรงงานการผลิตอยู่บ้างร่วมกับตลาดรถ EV เติบโตชะงักเพียง 9% แต่ Tesla ก็ยังเปิดตัวรถ  crossover Tesla Model Y ออกมาให้เป็นทางเลือกของผู้ใช้ พร้อมมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นที่เริ่มแซงหน้าบริษัทรถยนต์เจ้าใหญ่ในตลาดอย่าง BMW, Daimler หรือ Volkswagen


นับจากปี 2013 จนถึงปัจจุบัน หุ้น Tesla บวกเพิ่มมาแล้วกว่า 87,000% แต่เฉพาะสำหรับปี 2022 นี้ราคาหุ้น Tesla ก็ปรับตัวลงมาแล้ว 35% นับตั้งแต่ต้นปี ถึงอย่างนั้นหุ้น Tesla ยังมีมูลค่าตามราคาตลาดที่ $7.22 แสนล้าน คิดเป็น 14 เท่าของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง GM, BMW และ Ford Motor

1655106820581

โครงสร้างธุรกิจและแนวโน้มผลประกอบการ

ปัจจุบัน Tesla มีที่มาของรายได้จาก 3 ผลิตภัณฑ์หลักสำคัญ ได้แก่ 


1. รถยนต์ EV 

ปัจจุบันรถยนต์ EV เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้กับ Tesla เกินกว่า 90% ของรายได้บริษัททั้งหมด โดยเรายังสามารถแบ่งรถ EV ของ Tesla ออกได้เป็น 


รถยนต์ EV ที่กำลังผลิตอยู่ เป็นแหล่งที่มาของรายได้สำคัญ นั่นคือ Tesla Model S และ Model X ที่เป็นรถยนต์รุ่นแรก ๆ ที่บริษัทผลิต ปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตอยู่ราว 5% ของการผลิตทั้งหมด กับ Tesla Model 3 และ Tesla Model Y ที่เริ่มออกสู่ตลาดในปี 2017 และ 2019 โดยเฉพาะ Tesla Model 3 ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรถ EV ที่ขายดีที่สุดในโลกตลอดกาล และในเดือนมิถุนา 2021 รถรุ่นนี้ก็ถูกจำหน่ายไปแล้วกว่า 1  ล้านคันทั่วโลก 


รถยนต์ EV ที่วางแผนจะผลิตในอนาคต เป็นโมเดลที่มีการเปิดตัวแบบออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีการแสดงผลิตภัณฑ์หรือประกาศวางขายอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้แก่ Tesla Roadster รถสปอร์ต EV สุดหรูที่สามารถเร่งเครื่องให้ถึง 97 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที, Tesla Semi หัวรถลากบรรทุก EV, และ Cybertruck รถกระบะ EV ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรถไฟฟ้าทางเลือกที่สามารถเปิดตลาดที่ไม่เคยมีผู้ผลิตรถ EV เจ้าไหนทำมาก่อน ปัจจุบันแผนการวางจำหน่ายทั้งหมดถูกเลื่อนไปหลังปี 2023


2. เซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอร์รี่ อุปกรณ์จัดเก็บกระแสไฟ

เป็นอีกหนึ่งไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับโปรดักส์หลักของบริษัทอย่างรถ EV Tesla ยังมีโรงงานผลิตแบตเตอร์รี่ และแตกไลน์สู่เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ ด้วย ผลิตภัณฑ์แผงโซลาร์, Tesla Solar Roof, รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงอย่างอุปกรณ์จัดเก็บกระแสไฟฟ้าภายในบ้านอย่าง Powerwall และอุปกรณ์จัดเก็บกระแสไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมอย่าง Powerpack และ Megapack


ในปี 2021 ผลิตภัณฑ์ของ Tesla สร้างกระแสไฟได้แล้วกว่า 345 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับปี 2020


3. บริการ 

นอกจากนี้ Tesla ยังมีบริการอื่น ๆ เช่น แอปพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์รถยนต์ไร้คนขับ ประกัน และสถานีชาร์จไฟ และจากรายงานของบริษัท ตั้งแต่ปี 2020 Tesla มีสถานีชาร์จไฟแล้วกว่า 3,724 สถานี ให้บริการรวม 33,657 หัวชาร์จ

วอลลุ่มการส่งมอบรถ และ Net Income ของ Tesla

ในปี 2021 Tesla ส่งมอบรถ EV ทั้ง 4 รุ่นนี้รวมแล้วกว่า 936,222 คัน เพิ่มขึ้น 87% เทียบกับปีก่อนหน้า สร้างรายได้ให้บริษัทแล้วกว่า $47,232 ล้านเหรียญ สิ้นปีนั้นมูลค่าตามราคาตลาดของ Tesla พุ่งขึ้นแตะ 1 ล้านล้านเหรียญเป็นบริษัทที่ 6 ในประวัติศาสตร์อเมริกา


ความสำเร็จของ Tesla ยังต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ที่ไตรมาส 1 รายงานว่าบริษัทมีรายได้เติบโต 81% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมองว่าปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตของรายได้บริษัทเกิดจาก การจัดส่งรถได้มากขึ้น, การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP), และการเติบโตของธุรกิจส่วนอื่น ๆ 


ในฝั่งของผลกำไรก็เติบโตขึ้น 147% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วอันเนื่องมาจากการจัดส่งรถได้มากขึ้น, การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP), การปรับลดต้นทุนลงอันเนื่องมาจากปัจจัยด้านเงินเฟ้อ, ค่าใช้จ่ายสำหรับการสต็อกของลดลง แต่ก็ยังถูกกดดันด้วยค่าใช้จ่ายดำเนินงานและต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

วิเคราะห์หุ้น Tesla และปัจจัยที่ผลักดันรายได้/ผลกำไร

สำหรับฝั่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองบวกกับหุ้น เทสล่าโดยนักวิเคราะห์ 45% ยังคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” แม้ตลาดการเงินยังคงเผชิญความผันผวนของนโยบายการเงินที่ตึงตัวของ FED และราคาหุ้น Tesla ปัจจุบันที่แกว่งตัวลงต่ำกว่า $1,000 แล้ว และยังมีหลายเจ้าที่ออกมาปรับเป้าหมายราคาของปี 2022 ขึ้นด้วย 


Mark Delaney จาก Goldman Sachs แนะนำเป็น “ซื้อ” หุ้น Tesla โดยมองช่วงราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ $1,125 - $1,200 และยกให้หุ้นตัวนี้เป็น Top Pick ของปี 2022 นี้ โดยกล่าวว่า


“เรามองว่า Tesla จะยังเป็นเจ้าตลาดรถ EV (ที่รวมถึงการเชื่อมโยงในแนวดิ่งของธุรกิจในอีโคซิสเท็มนี้ ตั้งแต่การผลิตชิป แบตเตอรี่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงสถานีชาร์จไฟ) ซึ่งการโฟกัสในธุรกิจรักษ์สิ่งแวดล้อมนี้เป็นจุดยืนที่ดีในระยะยาวที่จะเปลี่ยนมาลงทุนใน EV” 


Delaney ยังต่อด้วยว่า “เราคาดหวังว่าในระยะกลาง Tesla จะเพิ่มกำไรจากการขาย Model Y และเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงงานขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปิดในเบอร์ลินและออสติน เพื่อกระตุ้นกำไรจากด้านซอฟต์แวร์ได้ในระยะยาวต่อไป”


นอกจากนี้ในวันที่ 10 มิถุนาที่ผ่านมา ทางฝั่ง UBS ก็อัปเกรดหุ้น Tesla จาก ถือ เป็น “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย $1,100 หรือมีอัปไซด์ 47% จากปัจจุบัน โดย Patrick Hummel นักวิเคราะห์ของ UBS มองว่าแม้ราคาหุ้นจะปรับลงมาแล้วกว่า 35% นับจากต้นปี แต่ยังมีมุมมองที่แข็งแกร่งต่อการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจาก


1.ปีนี้ เทสล่ามีจำนวนออเดอร์คงค้างสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่โรงงานขนาดใหญ่สองแห่งกำลังเริ่มเปิดเดินเครื่อง

2.บริษัททำส่วนต่างกำไรได้ดี อันเนื่องมาจากการตั้งราคาและนวัตกรรมที่มี

3.บริษัทมีโครงสร้างการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานที่แข่งขันได้ ส่งผลให้มีการเติบโตและสร้างกำไรได้มากกว่าปกติ


สำหรับกองทุนเทคยักษ์ใหญ่อย่าง ARK Investment เองก็มีการพยากรณ์โดยใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์ จากตัวแปร 38 ตัวที่เป็นอิสระต่อกัน แล้วนำมาสร้างเป็นฉากทัศน์ 3 แบบเพื่อพยากรณ์ราคาหุ้นเทสล่า ในปี 2026 โดยมองว่ากรณีฐานสามารถคาดหวังราคาที่ $4,600 แต่หากตลาดอยู่ในขาขึ้น (Bull) ราคาคาดหมายมีโอกาสที่ 75% จะปรับขึ้นไปเป็น $5,800 ในทางกลับกันหากตลาดซบเซา (Bear) ก็มีโอกาส 25% ที่ราคาคาดหมายจะอยู่ที่ $2,900


สำหรับโบกรเกอร์อื่น ๆ ก็เริ่มมีการทยอยปรับคำแนะนำและราคาเป้าหมายของหุ้นเทสล่า ในปี 2022 นี้แล้วเช่นกัน



วันที่

ราคาเป้าหมาย 2022

ราคาปัจจุบัน

10 มิ.ย.

$696.69

Cowen

มิ.ย.

$700

Morgan Stanley

มิ.ย.

$1300

UBS

มิ.ย.

$1100

Sanford Bernstein

มิ.ย.

$450

Goldman Sachs

มิ.ย.

$1000

Mizuho

พ.ค.

$1300


โดยภาพรวมแล้วปัจจัยที่หลายโบรกเกอร์มองว่าเป็นคีย์หลักที่ช่วยผลักดันราคาหุ้น Tesla ในอนาคตได้แก่

1.ความได้เปรียบของการเชื่อมโยงธุรกิจในแนวดิ่ง Tesla มีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างในธุรกิจที่ทำอยู่ นั่นคือบริษัททำทั้ง ชิป ซอฟต์แวร์ แบตเตอร์รี่ อุปกรณ์เก็บกระแสไฟฟ้า สถานีชาร์จไฟ รวมถึงการผลิตแบตเตอร์รี่เอง ถือเป็นท่อส่งทางนวัตกรรมที่รวมมาอยู่ในรถ EV สักคันหนึ่ง ซึ่งบริษัทผลิต EV เจ้าอื่นไม่มี 


2.การผลิตที่กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังโควิด หลังการผลิตชะงักไปในช่วงต้นปี 2020 จากการแพร่ระบาดของโควิด ปัจจุบันบริษัทเริ่มเดินเครื่องโรงงานและผลิตรถ EV ได้สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้จะมีการเดินเครื่องการผลิตในโรงงานเบอร์ลินและออสติน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตรถ EV ได้เป็น 2 ล้านคัน จากเดิมที่ผลิตได้เพียง 1 ล้านคันต่อปี


3.การขยายตลาดในจีน จีนขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่าการส่งมอบรถในจีนจะเพิ่มขึ้นได้ 40% เทียบกับปีที่แล้ว และหากการผลิตและส่งมอบเป็นไปได้ด้วยดี ตลาดนี้ก็จะช่วยเพิ่มขนาดของตลาดรถ EV ให้ Tesla ได้ดี

การเคลื่อนไหวของราคาและการวิเคราะห์ทางเทคนิค

หลังการรายงานผลกำไรครั้งแรกในปี 2013 ราคาหุ้น Tesla(เทสล่า) ก็ยกตัวขึ้นจากฐานเดิมที่เคยแกว่งในกรอบ $4.5 - $8.0 ขึ้นมาเทรดในโซน $78 - $33 จนกระทั่งต้นปี 2021 บริษัทได้เปิดตัวรถ EV Tesla Model Y ที่ภายหลังได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายด้วยยอดจองกว่า 455,000 คัน เป็นผลให้ช่วงไตรมาส 4 ของปี ราคาหุ้นเริ่มปรับตัวแรลลี่ขึ้นอีกครั้งและขึ้นไปทำจุดสูงสุดของรอบไว้ที่ $1,243.5 ในเดือนพฤศจิกายน 2021 หรือคิดเป็นการบวกเพิ่มขึ้น 2500% ภายในเวลาเกือบสองปี

แม้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดในช่วงไตรมาส 1 ปี 2020 จะทำให้การผลิตชะงัก และราคาหุ้นปรับตัวลงจาก $195 ลงมาอยู่ที่ $72 ก็ยังมีแรงซื้อดันกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $1,243.5 ในเดือนพฤศจิกายน 2021 ซึ่งแม้นับถึงวันนี้ราคาจะปรับลงจากจุดพีคนี้มาแล้วกว่า 44% แต่ก็ยังนับว่าเป็นปกติของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความผันผวนมากกว่าหุ้นกลุ่มอี่น 



1655107176629


มองในมุมเทคนิคจากภาพกว้างในระดับ Time frame ระดับเดือนจะพบสัญญาณขัดแย้งของ RSI ซึ่งยังไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้การกลับตัว ตราบใดที่ราคาหุ้น Tesla ยังไม่หลุดแนวรับที่ $558 ลงมา


16551070954239


สโคปตัวกราฟให้แคบลงมาใน Time Frame ระดับวันจะพบว่าตัวราคาของหุ้น Tesla ยังแกว่งตัวอยู่ในช่องคู่ขนานในแนวโน้มระยะสั้นที่เป็นขาลง แต่อินดิเคเตอร์ RSI ค่อนข้างแกว่งตัวในโซนต่ำมาสักระยะแล้ว จึงควรระมัดระวังสำหรับคนที่มองหาโซนขายเพราะราคาอาจมีการดีดตัวกลับขึ้นไปได้

ความเสี่ยงด้านลบต่อราคาหุ้น

สำหรับความเสี่ยงของราคาหุ้น Tesla ยังคงมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง 


1. การแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรม จากเดิมที่อุตสาหกรรม EV มีผู้เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งมากมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจากฝั่งอเมริกาอย่าง GM หรือจากฝั่งจีนอย่าง Great Motor ล่าสุด Volkswagen ก็กระโดดเข้าร่วมวงนี้ด้วยเป้าหมายการเป็นผู้ผลิตรถ EV รายใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2025 ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันที่ดุดเดือดขึ้นจะหมายถึงส่วนต่างผลกำไรที่ได้รับจะลดลงด้วย ซึ่งแม้ว่าปัจจุบัน Tesla จะเป็นผู้ผลิต EV รายใหญ่แบบไม่ต้องสงสัย แต่ก็พร้อมจะมีคนมาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเสมอ


2. ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น แบตเตอร๋รี่ หรือ ชิป ซึ่งแม้ Tesla จะเป็นบริษัทที่สามารถผลิตสินค้าเหล่านี้ได้เอง แต่สินค้าเหล่านี้ก็ยังต้องอาศัยวัตถุดิบต้นน้ำ เช่น ลิเทียม หรือ แร่แรร์เอิร์ท ซึ่งหาก Tesla เริ่มรันไลน์การผลิตใน 2 โรงงานใหญ่ที่เบอร์ลินและออสติน ก็มีโอกาสที่บริษัทจะขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญได้


3. การเสื่อมค่าของเงินทุน สิ้นปี 2021 Tesla รายงานว่าบริษัทมี Bitcoin อยู่ราว 43,200 BTC ซึ่งปัจจุบันตลาดสกุลเงินดิจิทัลยังคงมีแนวโน้มผันผวนในขาลง และราคาของ Bitcoin อาจสามารถปรับลงได้อีก ซึ่งส่วนนี้จะส่งผลต่อมูลค่าสินทรัพย์ที่บริษัทถืออยู่

และทั้งหมดนี้ก็คือการวิเคราะห์หุ้น Tesla(เทสล่า) สำหรับปี 2022 ที่เรารวบรวมมาทั้งธุรกิจและความเห็นของนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่าง ๆ ซึ่งน่าจะพอทำให้เห็นภาพการลงทุนในหุ้น Tesla ในปี 2022 นี้ได้ดียิ่งขึ้น



ข้อมูลเพิ่มเติม>>>


ลงทุนหุ้น Tesla(เทสล่า) ยังไง?2 วิธีในการลงทุนหุ้น Tesla แบบเริ่มต้นได้เร็ว



Ad
ซื้อหุ้น Tesla กับโบรกเกอร์ชั้นนำ Mitrade
▲ กำกับดูแลโดย ASIC/CIMA/FSC
▲ เปิดบัญชีง่ายและรวดเร็วภายใน 5 นาที
▲ เทรดได้ทั้งขาขั้นและขาลง
▲ ค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ
▲ เลเวอเรจที่ยืดหยุ่น (1/2/5/10 เท่า)
▲ บริการด้วยภาษาไทย 24 ชั่วโมง 5 วัน
▲ รองรับการฝากถอนเงินผ่านธนาคารไทย
▲ ฝึกฝนการเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50,000 ดอลล่าร์ฟรี
ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิง

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


การลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

Mitrade
มุมมองการลงทุนเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลทางด้านการเงินภายใต้ Mitrade ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุนได้รับความรู้พื้นฐานทางการเงินที่สมบูรณ์ สภาวะตลาดแบบเรียลไทม์ ข่าวที่เกี่ยวข้องในเวลาที่เหมาะสม และการวิเคราะห์ตลาดในเชิงลึก
Mitrade Logo
มุมมองการลงทุน
อำนวยเนื้อหาคอลัมน์ที่มีคุณภาพสูงแก่นักลงทุนทั่วโลก

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง: การซื้อขายอาจทำให้คุณสูญเสียเงินทุนทั้งหมด การซื้อขายอนุพันธ์แบบ OTC อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โปรดพิจารณาเอกสาร PDS, FSG, คำชี้แจงการเปิดเผยความเสี่ยงและข้อตกลงลูกค้าก่อนใช้บริการของเรา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โปรดทราบว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีผลประโยชน์ใด ๆ ในสินทรัพย์อ้างอิง

ขยาย