เยี่ยมชม Mitradeเทรดกับ เว็บ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitrade
สแกนเพื่อดาวน์โหลด
เกี่ยวกับเรา
Mitrade Logoมุมมองการลงทุน

ตลาดหุ้นเปิดกี่โมง?ก่อนเทรดหุ้นต้องรู้

So Preciso|16 พ.ย. 2564 02:06 น.
7253

หากเป็นนักเทรดที่อยู่ในตลาดหุ้นมานานจะทราบดีว่าช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นเปิดนั้นจะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นผันผวนสูง เนื่องจากเป็นช่วงที่รับคำสั่งซื้อขายที่ค้างมาจากช่วงปิดตลาดและยังเป็นช่วงที่ราคาหุ้นตอบรับกับข่าวสารในตอนเช้าที่มากระทบปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเป็นรายตัวด้วย การรู้ว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงจึงเป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเก็งกำไร


ทั้งนี้ตลาดหุ้นแต่ละแห่งในโลกก็มีเวลาเปิดปิดที่แตกต่างกัน และสำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยหรือตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นสหรัฐก็อย่าได้รอช้า เราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว


ตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นในประเทศไทย?

ตลาดหุ้นไทยจะแบ่งช่วงเวลาการซื้อขายหุ้นออกเป็น 2 ช่วง คือการซื้อขายภาคเช้า และการซื้อขายภาคบ่าย ซึ่งในแต่ละช่วงจะประกอบด้วย


- ช่วงก่อนเปิด/ปิดตลาด (pre-open/ pre-close) ช่วงเวลานี้ตลาดจะรวบรวมคำสั่งซื้อขายมาประมวลเป็นราคาเปิดให้นักเทรดได้เห็นแบบคร่าว ๆ โดยช่วงก่อนเปิดตลาด (pre-open) จะมีทั้งตลาดภาคเช้าและบ่ายกินเวลา 25 นาที แต่ช่วงก่อนปิดตลาด (pre-close) จะกินเวลาแค่ 5 นาทีและใช้เฉพาะกับช่วงปิดตลาดภาคบ่ายที่จะเป็นการปิดตลาดตอนสิ้นวัน


- ช่วงสุ่มเวลา จะใช้ช่วงเวลา 5 นาทีก่อนเปิดหรือปิดตลาด โดยระบบจะมีการสุ่มเลือกเวลาเปิด/ปิด เพื่อป้องกันการบิดเบือนราคาเปิด/ปิดที่จะมีผลในการแมทช์ออเดอร์ที่ค้างอยู่ และเช่นกันช่วงสุ่มเวลาเปิดตลาดจะใช้ทั้งกับการเปิดตลาดภาคเช้าและบ่าย แต่ช่วงสุ่มการสุ่มเวลาปิดตลาดจะใช้เฉพาะกับการปิดตลาดภาคบ่ายเท่านั้น


- ช่วงเปิดตลาด (open) เป็นช่วงที่เปิดให้มีการซื้อขาย ออเดอร์ที่ส่งเข้ามาในระบบในช่วงเวลานี้จะมีการแมทช์ออเดอร์แบบเรียลไทม์ 

  

ตลาดหุ้นไทยจะเปิดตั้งแต่

9.30 – 9.55 น. เป็นช่วงก่อนเปิดตลาดภาคเช้า (pre-open)

9.55 – 10.00 น. เป็นช่วงสุ่มเวลาเปิดตลาดภาคเช้า ดังนั้นเราจะพบว่าเวลาเปิดตลาดในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ซึ่งช่วงเวลาเปิดตลาดเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้คือ 9.55 น. และช้าที่สุดที่เป็นไปได้คือ 10.00 น. ไม่เกินไปจากนั้น

10.00 – 12.30 น. เป็นช่วงเวลาการซื้อขายหุ้นภาคเช้า

12.30 – 14.00 น. เป็นช่วงพักตลาด

14.00 – 14.25 น. เป็นช่วงก่อนเปิดตลาดภาคบ่าย (pre-open) 

14.25 – 14.30 น. เป็นช่วงสุ่มเวลาเปิดตลาดภาคบ่าย

14.30 – 16.30 น. เป็นช่วงเวลาการซื้อขายหุ้นภาคบ่าย

16.30 – 16.35 น. เป็นช่วงก่อนปิดตลาด (pre-close) 

16.35 – 16.40 น. เป็นช่วงสุ่มเวลาปิดตลาด


16214956934592

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อขายหุ้นในไทยสามารถเปิดพอร์ตได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งที่ขึ้นทะเบียนกับกลต. เช่น


★ บริษัทหลักทรัพย์กิมเอง (MBKET) กิมเอ็งเป็นโบรกเกอร์เก่าแก่ของไทยที่ปัจจุบันถือหุ้นใหญ่โดยธนาคารยักษ์ใหญ่จากมาเลเซีย กิมเอ็งมีจุดเด่นที่มีห้องค้า มีที่ปรึกษาการลงทุนที่มากประสบการณ์ มีเครื่องมือเช่นแอปพลิเคชั่นเทรด มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย รวมถึงมีบทวิเคราะห์ที่ครอบคลุมและเข้าถึงนักลงทุนรายย่อยได้ง่าย 


★ บริษัทหลักทรัพย์กสิกร (KS) เป็นโบรกเกอร์ที่มีฐานลูกค้าจากธนาคารใหญ่ของประเทศไทยที่นอกเหนือจากการให้บริการซื้อขายหุ้นแล้วก็ยังสามารถอำนวยความสะดวกในแง่การเงินแบบครบวงจร หลักทรัพย์กสิกรมีจุดเด่นในแง่บทวิเคราะห์ที่อ้างอิงจากศูนย์วิจัยกสิกร ให้ภาพทั้งข้อมูลจุลภาคและมหภาค ทั้งยังมีเครื่องมือทางการเงินให้เลือกหลากหลาย และเช่นเดียวกับกิมเอ็ง กสิกรเองก็มีแอปพลิเคชั่นเทรดและให้บริการต่าง ๆ เป็นของตัวเองเช่นกัน


★ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (PST) เป็นบริษัทลูกของบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์ ให้บริการเป็นตัวกลางซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมากมายรวมถึงการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยด้วย โบรกเกอร์ฟิลลิปมีจุดเด่นตรงที่เป็นโบรกเกอร์ไม่กี่แห่งในไทยที่ให้บริการซื้อขายหุ้นด้วย AI หรือ Autobot และเสนอแพลตฟอร์มการเทรดอย่าง MT4 ให้ลูกค้าสามารถใช้ในการเทรดหุ้นได้


  การเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่งมีเอกสารที่ต้องเตรียมไม่ต่างกันนั่นคือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาสมุดธนาคาร และเอกสารยืนยันสถานะทางการเงิน (หากมี) และใช้เวลาการเปิดบัญชีราว 3 – 5 วันทำการ

ตลาดหุ้นเปิดกี่โมงสำหรับการซื้อขายหุ้นสหรัฐอเมริกา

สำหรับการซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินในสหรัฐฯ นั้นแตกต่างจากตลาดหุ้นไทยอยู่บ้างตรงที่มีถึง 3 ตลาดหลักที่สำคัญ และแต่ละตลาดก็มีจุดเด่นของผลิตภัฑณ์ที่เปิดให้มีการซื้อขายแตกต่างกันไป ได้แก่


1.ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (New York Stock Exchange – NYSE) 

ตั้งอยู่บนถนนวอลล์สตรีททำให้มักถูกเรียกเป็นเชิงเปรียบเทียบด้วยชื่อถนนนี้ ที่นี่ที่มีฟลอร์สำหรับการซื้อขายโดยจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดประจำอยู่ และมีการซื้อขายหุ้นที่มีเงื่อนไขการรับเข้าสูง ที่รู้จักกันดีเช่น Boeing, Exxon, GM, Walmart, Berkshire Hathaway B ฯลฯ ซึ่งนอกจากหุ้นที่เรารู้จักกันดีแล้วก็ยังมีการซื้อขาย ETF กันในตลาดแห่งนี้ด้วย


2. ตลาดแนสแด็ก (National Association of Securities Dealers Automated Quotation System – Nasdaq) 

เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของสหรัฐที่มีการซื้อขายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เดิมทีเป็นตลาดที่ลิสต์บริษัทขนาดเล็กที่ไม่เข้าเกณฑ์การซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทคโนโลยีที่ในสมัยนั้นยังมีมูลค่าไม่มาก ทำให้ถัดมาเมื่อการเติบโตทางเทคโนโลยีสูงขึ้น ตลาดแนสแด็กจึงกลายมาเป็นที่สนใจและมีมูลค่าซื้อขายสูงนำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่โลกรู้จักดีอย่าง Microsoft, Apple, Google


3. ตลาดหลักทรัพย์อเมริกัน (American Stock Exchange - AMEX)

ตลาดหลักทรัพย์อเมริกันเรียกกันสั้นๆ ว่า "ASE" หรือ "AMEX" เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริการองจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและตลาดหุ้นแนสแด็ก ตลาดหลักทรัพย์อเมริกันเป็นเพียงตลาดหลักทรัพย์เดียวที่สามารถซื้อขายหุ้น ออปชั่น และอนุพันธ์ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นเพียงตลาดหลักทรัพย์เดียวที่มุ่งเน้นไปที่ บริษัท ขนาดเล็กและขนาดกลาง


สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐนั้นแม้จะมีการเปิดทำการคล้ายคลึงกับตลาดหุ้นไทยตรงที่มีช่วง Pre-Opening แต่ก็มีความแตกต่างจากเวลาการเปิดทำการของตลาดหุ้นไทยอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งตลาดหุ้นสหรัฐจะมีเวลาเปิดทำการเริ่มจาก


6.30 a.m. -7.00 a.m. (GMT-5) เป็นช่วง Pre-Opening ที่สามารถเริ่มส่งคำสั่งเข้าสู่ตลาดได้ แต่ยังไม่มีการจับคู่และยืนยัน

7.00 a.m. - 9.30 a.m (GMT-5) เป็นช่วง Early Trading ที่ตลาดเริ่มเปิดให้มีการเคลียร์คำสั่งที่ค้างมาจากการส่งในช่วงก่อนหน้า และเริ่มสามารถส่งคำสั่งซื้อขายแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งมักจะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐมีปริมาณการซื้อขายและความผันผวนสูงที่สุดของวัน

9.30 a.m. - 4.00 p.m. (GMT-5) เป็นช่วง Core Trading เป็นเวลาการซื้อขายหลัก

4.00 p.m. - 8.00 p.m. (GMT-5) เป็นช่วง Late Trading 


ทั้งนี้เราจะพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะไม่มีการพักเทรด แต่เป็นการเทรดแบบต่อเนื่องไปจนปิดตลาดตอนสิ้นวัน


ทั้งนี้เวลาเปิดทำการของตลาดหุ้นสหรัฐที่เป็นเวลาท้องถิ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเวลาในประเทศไทยได้บ้าง เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นช้ากว่าช่วงเวลาในฤดูร้อน ทำให้ประเทศในกลุ่มยุโรปและอเมริกามีการปรับเวลาให้ช้าลงและตลาดหุ้นสหรัฐก็จะเปิดทำการช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมงเมื่อดูตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งเรามีข้อสังเกตดังนี้


ในฤดูร้อน ที่เริ่มตั้งแต่ช่วงมีนา-เมษาของแต่ละปี ในฤดูหนาว ที่มักจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนตุลา-พฤศจิกา ตลาดหุ้นสหรัฐจะมีการปรับเวลาให้ช้าลง 1 ชั่วโมง


16214965857395

โดยทั่วไปแล้ว การซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ จะมี 2 วิธี วิธีแรกคือซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ แบบดั้งเดิม หมายถึงการซื้อขายหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของหุ้นของบริษัทเหมือนเราซื้อขายหุ้นไทยนั้น วิธีที่สองก็คือการซื้อขายอนุพันธ์หุ้น หมายถึงนักลงทุนสามารถเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นโดยไม่ต้องทำการซื้อขายหุ้นจริงและไม่ต้องการเป็นเจ้าของหุ้นนั้น อนุพันธ์ที่ใช้บ่อยมีเช่น CFD (Contract for Difference ภาษาไทยเรียกว่า สัญญาซื้อขายส่วนต่าง)


สำหรับการซื้อขายหุ้นดั้งเดิม นักลงทุนคงรู้กันกว่ามันมีข้อดีตรงที่นักลงทุนจะมีความเป็นเจ้าของของหุ้นที่ซื้อนั้น ทำให้มีสิทธ์เข้าประชุมผู้ถือหุ้น สิทธ์ออกเสี่ยงและสิทธ์รับเงินปันผลด้วย ส่วนความได้เปรียบของการเทรดด้วย CFD คือการเทรดสามารถอาศัยอัตราทด(เลเวอเรจ) ซึ่งเป็นเครืองมือที่ช่วยขยายขอบเขตในการทำกำไร(ขาดทุน)และสามารถเทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลงได้


โดยสรุปแล้ววิธีแรกจะเหมาะกับนักลงทุนแบบ VI (Value Invester) มากกว่าและวิธีที่สองจะเหมาะกับนักลงทุน Day-trading มากกว่า หรือใช้ด้วยทั้งสองวิธีก็เป็นทางเลือกที่ดี


เช่น หากคุณเป็นนักลงทุนแบบ VI คุณคาดว่าราคาหุ้น Apple จะมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นเวลายาว คุณเลยซื้อหุ้น Apple ไว้และว่าจะถือหุ้นเป็น 3-5 ปี หรือสิปกว่าปี แต่ในเวลาอันสั้น ราคาหุ้น Apple อาจจะปรับตัวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เช่นยอดขายลดลงในไตรมาสแรก ในกรณีนี้ คุณสามรถทำการ short-selling หุ้น Apple ด้วยอนุพันธ์ อย่าง CFD ในมูลค่าสัญญาที่เท่ากับจำนวนหุ้นในพอร์ต แล้วคุณก็สามารถทำกำไรจากการปรับตัวลงของหุ้น Apple ได้โดยที่ไม่ต้องขายหุ้นที่ถือไว้ออกมา แบบนี้เรียกว่า การประกันความเสี่ยง (Hedging) 


สำหรับการซื้อขายหุ้นดั้งเดิม นักลงทุนสามารถเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในประเทศไทย เช่น SCBS สำหรับการซื้อขาย CFD หุ้น สามารถเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ CFD เช่น โบรกเกอร์ Mitrade


MiTrade เป็นโบรกเกอร์ CFD สัญชาติออสเตรเลียที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลีย (ASIC) และ หน่วยงานด้านการเงินของเกาะเคย์แมน (CIMA) ทำให้การทำธุรกรรมและการดำเนินงานต้องเป็นไปตามข้อบังคับของ ASIC และ CIMA และเงินทุนของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีทรัสต์แยกต่างหากจากบัญชีบริษัท หากในกรณีที่ MiTrade ล้มละลาย เงินทุนลูกค้าก็ยังคงถูกเก็บรักษาอย่างปลอดภัยและถูกส่งกลับคืนได้ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของเงินทุน


MiTrade มีสินค้าให้นักเทรดเลือกอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี สกุลเงินดิจิทัล รวมทั้งการเทรด CFD ที่อ้างอิงกับราคาหุ้นสหรัฐมากถึง 60 ตัว ประกอบด้วยหุ้นที่นักเทรดคุ้นเคยกันดีอย่าง Facebook, Google, Apple, Amazon, Adobe, Walt Disney, Microsoft, Walmart, Nike, eBay, PayPal, Alibaba ฯลฯ 


MiTrade ให้เลเวเรจในการเทรดหุ้นสูงถึง 1: 20 และต้นทุนที่ต่ำ โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่นและสเปรดต่ำ 


MiTrade สนับสนุนหลากหลายภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามาเลเซีย ภาษาเวียดนามและภาษาไทยด้วย


ด้วยปรัชญาการก่อตั้งที่ต้องการให้การเทรดเป็นเรื่องง่าย (Trading Simplified) ทำให้การออกแบบแพลตฟอร์มการเทรดของตัวเองมีรูปแบบการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ในแบบที่นักเทรดมือใหม่ก็สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นการเทรดของมืออาชีพได้อย่างไม่ยุ่งยาก


ด้วยคุณสมบัติดังนี้ ทำให้ MiTrade เป็นโบรกเกอร์เทรด CFD หุ้นที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก รวมทั้งนักลงทุนจากประเทศออสเตรเลีย จีน มาเลเซีย เวียดนามและไทยด้วย


เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าใจการเทรด CFD หุ้นกับ MiTrade ให้มากขึ้น ผมจะแนะนำขั้นตอนการเทรดหุ้น CFD กับ MiTrade ตั้งแต่การเปิดบัญชีจนถึงการปิดคำสั่งรับกำไรนะครับ


※ ขั้นตอนการเทรด CFD หุ้น กับ  MiTrade ※ 


1.เปิดบัญชี การเปิดบัญชีกับ Mitrade สามารถทำออนไหลน์ได้หมดภายใน 10 นาที สะดวกและรวดเร็วมาก เอกสารที่ต้องการในการเปิดบัญชีมีเพียงบัตรประชาชน และหากคุณยังไม่มีความเชื่อมั่นในการเทรด CFD หุ้น MiTrade มีบัญชีเทรดทดลองพร้อมเงินเสมือนจริง 50, 000 USD อยู่ในบัญชีเพื่อให้คุณทำการฝึกฝนทักษะการเทรดหุ้น CFD อย่างไม่มีความเสี่ยงใดๆ 

16202881812081

2.ฝากเงินเข้าบัญชี ที่ Mitrade คุณสามารถฝากเงินเข้าบัญชีผ่านช่องทางการฝากเงินหลากหลาย ช่องทางที่สะดวกที่สุดคือฝากด้วยธนาคารไทยออนไลน์หรือแกน QR และไม่เสียค่าธรรมเนียมด้วย เงินฝากขั้นต่ำแค่ $50 USD (ประมาณ 1500 บาท) เอง


16148372753428

3.คว้าโอกาสในการเทรด เมื่อฝากเงินเรียบร้อยแล้วเราก็คว้าโอกาสการเทรดหุ้นด้วยเครื่องมือการเทรดต่างๆ ที่ Mitrade เสนอให้ใช้ฟรี เช่นข่าวสด กราฟแบบเรียลไทม์ ปฏิทินทางเศรษฐกิจเป็นต้น


4.เปิดคำสั่งซื้อขาย คุณสามารถเปิดคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายตามความคาดการณ์ต่อหุ้น อย่างที่เรากล่าวไปว่า หากมองว่ากราฟจะเพิ่มขึ้นก็เปิดคำสั่งซื้อ ในตรงกันข้าม หากมองว่ากราฟจะลดลงก็เปิดคำสั่งขาย


16064702196354

5.เฝ้ารอและปิดสถานะรับกำไร/ขาดทุน เมื่อเปิดคำสั่งแล้ว เราก็ต้องติดตามความเครื่อนไหวของกราฟ เมื่อราคาไปถึงที่เราคาดเอาไว้ เราก็ปิดคำสั่งรับกำไรได้เลย


16064718318110

▼เล่นหุ้นกับ Mitrade ด้วยค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ▼

16215074151055ยังมือใหม่? MiTrade ได้จัดบัญชีทดลองเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 USD เพื่อให้ท่านฝึกฝนทักษะการเทรดโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ 


 เปิดบัญชีเทรดทดลอง >

ถึงตอนนี้เพื่อน ๆ น่าจะได้รู้กันแล้วว่าตลาดหุ้นเปิดกี่โมง และคงจะพอเห็นภาพการเทรดหุ้นทั้งจากตลาดหุ้นไทยรวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐกันไปบ้างแล้ว ซึ่งช่วงเวลาเปิดตลาดหุ้นนั้นค่อนข้างสำคัญกับนักเทรดที่เก็งกำไรบนราคาหุ้นในแบบที่แตกต่างออกไปจากการเทรดค่าเงิน เพราะเราไม่สามารถเทรดหุ้นตลอดเวลาได้ แต่จะเทรดได้แค่ในเวลาทำการเท่านั้น และการได้รู้เวลาเปิดตลาดที่แม่นยำก็จะทำให้เพื่อน ๆ ไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญในการเทรดของแต่ละวันได้อย่างแน่นอน


16215653354557

*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา โปรดทราบว่าท่านจะไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์


เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

So Preciso
ประสบการณ์: - อดีตที่ปรึกษาทางการเงิน ความชำนาญเฉพาะการวิเคราะห์เชิงมหภาค วิเคราะห์อุตสาหกรรม และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค - นักลงทุนที่คลุกคลีอยู่ในตลาดมานานกว่า 10 ปี
Mitrade Logo
มุมมองการลงทุน
อำนวยเนื้อหาคอลัมน์ที่มีคุณภาพสูงแก่นักลงทุนทั่วโลก

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง: การซื้อขายอาจทำให้คุณสูญเสียเงินทุนทั้งหมด การซื้อขายอนุพันธ์แบบ OTC อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โปรดพิจารณาเอกสาร PDS, FSG, คำชี้แจงการเปิดเผยความเสี่ยงและข้อตกลงลูกค้าก่อนใช้บริการของเรา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โปรดทราบว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีผลประโยชน์ใด ๆ ในสินทรัพย์อ้างอิง

ขยาย