เยี่ยมชม Mitradeเทรดกับ เว็บ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitrade
สแกนเพื่อดาวน์โหลด
เกี่ยวกับเรา
Mitrade Logoมุมมองการลงทุน

กล้า ท้า ชน:วิธีซื้อหุ้นต่างประเทศมีอะไรบ้าง? มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?

กอล์ฟ|17 พ.ย. 2564 03:44 น.
18123

การซื้อหุ้นต่างประเทศ สำหรับมือใหม่ อาจฟังดูแล้วน่ากลัว “ โอย หุ้นไทย ชั้นยังทำกำไรไม่ค่อยได้ ถ้าผันตัวไปเล่นหุ้นต่างประเทศ ฉันไม่ตายก่อนรึ “ ประเดี๋ยวก่อน ลองติดตามไปด้วยกัน บางทีเมื่ออ่านบนความนี้จบ คุณอาจรีบเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศมันซะวันนี้ แล้วรีบโยกเงินตลาดหุ้นไทยไปลงทุนหุ้นต่างประเทศในทันที คุณพร้อมแล้วรึยังสำหรับการเดินทางบนประสบการณ์ใหม่ ที่มีโอกาสทำให้คุณมีรายได้เป็นกอบเป็นกำอย่างที่ได้แจ้งไป เพียงแค่คุณศึกษา ใส่ใจ และมีข้อมูลเพียงพอ การเล่นหุ้นต่างประเทศ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

วิธีซื้อหุ้นต่างประเทศมีอะไรบ้าง? มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว การซื้อหุ้นต่างประเทศจะมี 3 รูปแบบหลัก

1.ซื้อกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ

2.ซื้อหุ้นต่างประเทศรายตัวกับโบรกเกอร์ในไทย

3.ซื้อหุ้นต่างประเทศรายตัวกับแพลตฟอร์มการเทรด CFD


3 วิธีนี้ต่างกันยังไงและจะเลือกยังไง ทุกวิธีจะมีข้อดีข้อจำกัดยังไง เรามาเล่าให้ฟังต่อนะ

1.ซื้อกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ

กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศคือกองทุนที่จัดสรรขึ้นมาโดยอ้างอิงจากดัชนีหุ้นในต่างประเทศ เช่น ดัชนีอมริกา S&P 500 และดัชนีของญี่ปุ่น Nikkei 225 เป็นต้น


●  เป็นวิธีที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ได้อย่างง่าย เพียงแต่ซื้อกองทุนแล้วก็ปล่อยไว้ได้เลยเพราะมีผู้จัดการคอยดูแลให้ เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่มาก 


●  เงินขั้นต่ำน้อย การซื้อกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศใช้เงินขึ้นต่ำ 500 บาทก็สามารถซื้อได้ 


●  มีความเสี่ยงต่ำกว่าการซื้อหุ้นรายตัว เนื่องจากมีหุ้นเป็นหลายสิบหรือเป็นร้อยตัวอยู่ในพอร์ตที่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้


อย่างไรก็ตาม การกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศมีข้อเสียตรงที่

●  มีค่าธรรมเนียม (Fees) และค่าใช้จ่าย (Expenses) ที่ไม่น้อย รวมถึงค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมการขายซื้อคืนและค่าธรรมเนียมการจัดการ ฯลฯ 


●  ไม่เหมาะกับนักลงทุนสไตล์ระยะสั้น กว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในกองทุนมันเป็นระยะเวลายาว อย่างน้อยก็ 1 ปีขึ้นไป ปกติแล้วหากลงทุนเป็นระยะเวลายาวถึง 5-10 ปีจะโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีพอ ดังนี้นนักลงทุนที่ลงทุนผ่านกลองทุนต้องใช้ความอดทน


●  มีสภาพคล่องน้อยกว่า เป็นแบบ T+2 คือมีการดีเลย์ไป 2 วันทำการ เวลาขายแล้วต้องรออีก 2 วันทำการเงินถึงจะเข้าบัญชีให้ได้


●  มีความเสี่ยงสูงกว่าการซื้อกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการจัดสรรหาซื้อและวิเคราะห์หุ้นด้วยตนเอง ต้องอาศัยความรู้และเทคนิคการลงทุนพอสมควรถึงจะมีโอกาสได้กำไรดี


●  ไม่สามารถซื้อหุ้นรายตัวได้ ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่อยากได้หุ้นตัวเฉพาะ


2.ซื้อหุ้นต่างประเทศรายตัวกับโบรกเกอร์ในไทย

นักลงทุนสามารถเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศกับโบรกเกอร์ในไทยได้ ด้วยวิธีนี้ นักลงทุนจะสามารถเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่ถูกใจได้ตามความชื่นชอบหรือการวิเคราะห์และจัดสรรพอร์ตของเราเองได้


แต่มันก็มีข้อเสียหลายข้อ เช่น

●  มีข้อกำหนดในการเปิดบัญชี นักลงทุนต้องมีเงินขั้นต่ำสองหมื่นบาทอยู่ในบัญชี(ขึ้นอยู่กับแต่ละโบรกเกอร์กำหนดไว้)ถึงจะเปิดบัญชีได้


●  ใช้เงินทุนซื้อหุ้นเป็นก้อนใหญ่ หากเราซื้อหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น การซื้อหุ้น Microsoft 1 หุ้นต้องใช้เงินประมาณ $297 ดอลล่าร์ เป็น 9,600 บาทไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 2565) ทำให้นักลงทุนที่มีงบน้อยก็ไม่สามารถซื้อหุ้นหลายตัวเพื่อกระจายความเสี่ยงได้


●  มีค่าธรรมเนียมสูง ทุกครั้งที่เราทำการฝากและถอนเงิน การซื้อและขายหุ้นต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นหมื่นบาทขึ้นไป(ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่เปิดพอร์ต) ทำให้วิธีนี้จะไม่เหมาะกับการซื้อขายบ่อยครั้ง คำนวณไปแล้ว นักลงทุนที่อยากได้กำไรดีๆ ควรเตรียมเงินทุน 500,000 บาทขั้นต้นถึงจะคุ้มค่า


●  ไม่เหมาะกับนักลงทุนสไตล์ระยะสั้น ด้วยเงินทุนที่เราต้องใช้ในการซื้อหุ้นและค่าธรรมเนียมที่สูงนั้น วิธีนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนสาย VI มากกว่า คือซื้อแล้วก็ทิ้งไว้เป็นหลายปี


●  มีสภาพคล่องต่ำกว่า  คือต้องใช้เวลาในการรอจับคู่กันเพื่อจะได้ราคาที่ดีเมื่อเวลาจะขายหุ้น และอีกอย่างคือจะมีการดดีเลย์อีกหลายวันกว่าจะได้เงินเข้าบัญชี เช่น T+5 คือดีเลย์ไป 5 วันทำการ จึงจะลดประสิทธิภาพของการใช้เงินทุน


3.ซื้อหุ้นต่างประเทศรายตัวกับแพลตฟอร์มการเทรด CFD

นอกจากสองวิธีที่กล่าวไปแล้ว ปัจจุบันนี้ วิธีการเล่นหุ้นต่างประเทศที่ได้รับความนิยมและมีความยืดหยุ่นมากคือ การเทรดหุ้นผ่านแพลตฟอร์มการเทรด CFD-Contract for Difference (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) การเทรดหุ้นผ่าน CFD ได้สร้างความได้เปรียบให้กับนักลงทุนในหลายด้าน อย่างทำการเทรดกับแพลตฟอร์มการเทรด Mitrade จะมีข้อดีดังนี้


●  ใช้เงินขั้นต่ำในการซื้อหุ้นน้อยมาก  ตัวอย่างเช่น การเปิดคำสั่งซื้อหุ้น APPLE ที่แพลตฟอร์มการเทรด Mitrade ขั้นต่ำเพียงราวๆ $8 ดอลล่าร์หรือ 260 บาทไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 23/2/22) 


เปิดคำสั่งซื้อหุ้น APPLE

ที่สามารถใช้เงินน้อยแบบนี้ก็เพราะว่าการเทรด CFD สามารถด้วยอัตราทด(เลเวอเรจ) ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางเงินมาร์จิ้นเพียงจำนวนหนึ่งแต่ก็ยังจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับการซื้อขายหุ้นนั้นเต็มจำนวน เพื่อจะให้นักลงทุนเข้าใจถึงเลเวอเรจให้มากขึ้น ผู้เขียนได้ทำการเปรียบเทียบการเทรดแบบไม่มีเลเวอเรจและการเทรดแบบมีเลเวอเรจในตารางด้านล่าง:


รายการ

เทรดแบบไม่มีเลเวอเรจ

เทรดแบบมีเลเวอเรจ

ค่าเลเวอเรจ

0

1:20

ราคาเปิด

162 USD

162 USD

ราคาปิด

200 USD

200 USD

ปริมาณการซื้อขาย                

1  ล็อต

1  ล็อต

เงินทุนเริ่มต้น            

162 USD

8 USD

กำไรที่ได้

38 USD

38 USD

อัตราผลตอบแทน

23%

475%


Mitrade เสนอเลเวอเรจที่ 1/2/5/10 เท่า นังลงทุนสามารถปรับค่าเลเวอเรจได้ตามความต้องการและระดับความเสี่ยงที่แบกรับได้ของตน ซึ่งโบรกน้อยรายที่ได้เสนอตัวเลือกนี้ไว้ให้ หรือสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการใช้เลเวอเรจก็ปรับเป็น 1 เท่าได้เลย


●  มีความยืดหยุดในการเทรดทั้งขาขึ้นและขาลง นักลงทุนสามารถทำการเทรดในขาลง(short-selling) อย่างง่ายมาก ทำให้นักลงทุนสามารถคว้าโอกาสในการเทรดในทุกสถานการณ์ได้ 

16456079614415

●  มีสภาพคล่องสูง โบรกเกอร์ CFD เป็นตัวกลางที่นำเสนอความสภาพคล่องให้กับนักลงทุนรายย่อย จึงทำให้การจับคู่ได้ง่ายกว่า แพลตฟอร์มการเทรด Mitrade จะการันตีจับคู่ได้เป็น 100% สำหรับ Market order และมีการดีเลย์ต่ำมากซึ่งจะเป็นแบบ T+0 คือซื้อ(ขาย)แล้วขาย(ซื้อ)ได้ทันทีและผลกำไร(ผลขาดทุน)จะเข้า(หัก)ในบัญชีทันทีเลยทีเดียว


●  สามารถเข้าไปเทรดในหลาย ๆ หุ้นเด่นของโลก อาทิเช่น Facebook, Google, Apple, Amazon, Adobe, Tesla, Walt Disney, Microsoft, Walmart Alibaba เป็นต้น อีกอย่างคือการเปิดบัญชีเดียวเทรดได้สินทรัพย์หลากหลาย นอกจากหุ้นแล้ว เรายังสามารถเทรดสินทรัพย์ที่ยอดนิยมทั่วโลกได้ผ่านแพลตฟอร์มการเทรด CFD รวมถึงทองคำ สกุลเงินดิจิทัล คู่เงิน ฯลฯขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่ให้บริการ

  • บวก/ลบ สูงสุด
  • ฟอเร็กซ์
  • สินค้าโภคภัณฑ์
  • ดัชนี
  • หุ้น
  • ชื่อ
  • ซื้อ
  • ขาย
  • เปลี่ยนแปลง

    ●  ฟรีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่างๆ  ด้วยความเสี่ยงที่สูงในการเล่นหุ้นต่างประเทศ MiTrade เสนอระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น stop loss/trailing stop เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมความเสี่ยงในการเทรดได้มากขึ้น 


    ●  ค่าคอมมิชชั่นการฝากถอนเงิน 0 การฝากเงินที่ MiTrade จะไม่มีค่าคอมมิชชั่นตลอดและและสามารถถอนเงินฟรี 1-2 ครั้งต่อเดือนขึ้นอยู่จำนวนเงินถอน


    ●  ค่าคอมมิชชั่นการซื้อขาย 0 และสเปรดต่ำ จึงได้ช่วยนักลงทุนลดต้นทุนในการเทรดให้มากขึ้น


    ●  ฟรีเงินเสมือนจริง $50,000 ดอลล่าร์ MiTrade เสนอบัญชีเทรดทดลองด้วยเงินเสมือนจริงฟรี เพื่อให้นักลงทุนมือใหม่สามารถทำการฝึกฝนการเทรดแบบไม่มีความเสี่ยงใดๆ


    1646034375503


    อย่างไรก็ตาม รูปแบบการลงทุนทุกรูปแบบย่อมมีข้อดีข้อเสียด้วย ข้อเสียของการเทรดหุ้นกับแพลตฟอร์มการเทรด CFD คือ


     ●  นักลงทุนจะไม่ได้เป็นเจ้าของของหุ้นที่ซื้อนั้น การซื้อหุ้นด้วยวิธีนี้นักลงทุนจไม่ได้ถือครองหุ้นที่ซื้อนั้นและไม่มีเงินปันผลด้วย แต่จะได้กำไรจากการความส่วนต่างในการซื้อขายหุ้นเท่านั้น


     ●  การเทรดด้วยเลเวอเรจจะมีความเสี่ยงสูง เพราะเลเวอเรจเป็นดาบคมสองด้าน ขณะที่เลเวอเรจสามารถขยายกำไรได้ก็สามารถขยายขาดทุนได้เช่นกัน (เคล็ดลับ: ใช้เครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่างๆ เช่น stop-loss,trailing-stop,ฟังค์ชั่นป้องกันยอดคงเหลือติดลบเพื่อปกปองเงินทุนของคุณไม่ให้ติดลบได้)


    สรุป: ฉันจะเหมาะกับวิธีแบบไหน?

    เราได้แนะนำไป 3 วิธีซื้อหุ้นต่างประเทศ แต่จะเลือกวิธีไหนจะเหมาะกับตนเองที่สุดละ ทีนี้เราได้สรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้วดังนี้

    1.นักลงทุนที่มีลักษณะดังนี้จะเหมาะกับการซื้อกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศมากกว่า

    ● มีงบน้อย 

    ● ไม่มีเวลาหรือไม่มีความรู้เพียงพอในการคอยติดตามวิเคราะห์หุ้น

    ● มีความอดทุน รอได้

    ● ไม่อยากแบกความเสี่ยงที่สูง


    2.นักลงทุนที่มีลักษณะดังนี้จะเหมาะกับการซื้อหุ้นต่างประเทศรายตัวกับโบรกเกอร์ในไทยมากกว่า

    ● มีงบมาก

    ● แบกรับความเสี่ยงที่สูงได้

    ● มีเวลาและความรู้เพียงพอในการติดตามและวิเคราะห์หุ้น

    ● เป็นสาย VI มีความอดทุน รอได้


    3.นักลงทุนที่มีลักษณะดังนี้จะเหมาะกับการซื้อหุ้นต่างประเทศรายตัวกับแพลตฟอร์มการเทรด CFD มากกว่า

    ● มีงบน้อย 

    ● แบกรับความเสี่ยงที่สูงจากทั้งความผันผวนของราคาหุ้นและการใช้เลเวอเรจได้

    ● มีเวลาและความรู้เพียงพอในการติดตามและวิเคราะห์หุ้น

    ● ในกรณีที่เทรดด้วยเลเวอเรจ จะเหมาะกับนักลงทุนมีสไตล์การเทรดระยะสั้นและเก็งกำไรมากกว่า แต่ในกรณีที่ไม่ต้องการใช้เลเวอเรจ ก็สามารถซื้อขายเป็นระยะยาวได้

    Ad
    เทรดหุ้นกับ Mitrade มีเงินน้อยก็เทรดได้!
    ▲ กำกับดูแลโดย ASIC/CIMA/FSC
    ▲ เปิดบัญชีง่ายและรวดเร็วภายใน 3 นาที
    ▲ เทรดได้ทั้งขาขั้นและขาลง
    ▲ ค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ
    ▲ หุ้น 350 ราย เช่น Google, Facebook, Amazon ฯลฯ
    ▲ เลเวอเรจที่ยืดหยุ่น (1/2/5/10 เท่า)
    ▲ บริการด้วยภาษาไทย 24 ชั่วโมง 7 วัน
    ▲ รองรับการฝากถอนเงินผ่านธนาคารไทย
    ▲ ฝึกฝนการเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50,000 ดอลล่าร์ฟรี
    ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน

    ก้าวแรกสำคัญที่สุด

    ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของนักลงทุนไทย ในการพากันข้ามฟ้าหาการลงุทนใหม่ในตลาดการลงทุนระหว่างประเทศ การซื้อหุ้นต่างประเทศ คือคำตอบที่จะพาเราไปสู่การลงทุนในต่างประเทศได้เร็วที่สุด ซึ่งการเปิดเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศ เพื่อลงทุนหุ้นต่างประเทศในปัจจุบันนั้นแสนง่าย ไม่ต่างกับการเปิดพอร์ตซื้อขายหุ้นในประเทศ เพียงแต่คุณมีบัตรประชาชนและบัญชีธนาคาร เพียงเท่านั้นคุณก็สามารถทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นต่างประเทศได้ทันที แต่ถึงอย่างไร การลงทุนทุกอย่างมีขั้นตอน และไม่สัมฤทธิ์ผลในวันเดียว คุณยังต้องผ่านการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกเช่นเคย แต่โอกาสที่คุณสามารถทำกำไรจากการซื้อหุ้นต่างประเทศนั้นมีมูลค่าสูงกว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดการเงินของไทยนัก ดังนั้น การลงทุน เล่นหุ้นต่างประเทศคือโอกาสใหม่ที่จะพาเราเติบโตในแวดวงการลงทุน ขอต้อนรับทุกท่านสู่โลกการลงทุนระดับโลก ผ่านการซื้อขายหุ้นในตลาดต่างประเทศครับ



    ※ เกี่ยวกับ MiTrade 


    MiTrade  เป็นโบรกเกอร์ CFD ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เนื่องจาก MiTrade ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุม:

     -สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลีย(Australian Securities and Investments Commission-ASIC) และถือใบอนุญาต AFSL เลขที่ 398528

     -หน่วยงานด้านการเงินของเกาะเคย์แมน (The Cayman Islands Monetary Authority-CIMA) ด้วยใบอนุญาต SIB เลขที่ 1612446 

     -คณะกรรมการบริการด้านการเงินมอริเชียส (Mauritius Financial Services Commission-FSC) หมายเลขใบอนุญาตคือ GB20025791 

    ทำให้การทำธุรกรรมและการดำเนินงานต้องเป็นไปตามข้อบังคับของ ASIC,CIMA และ FSC


    ◆ MiTrade เสนอเว็บภาษาไทยและมีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการและคำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ถือได้ว่าได้อำนวยความสะดวกในการเทรดให้กับนักลงทุนไทยอย่างมาก ทำให้นักลงทุนเทรดอย่างไม่มีอปสรรคใดๆ เลย 


    ◆ MiTrade เสนอการฝากถอนเงินผ่านช่องทางหลากหลาย รวมถึง QR Code ด้วย Mobile Banking และ Truemoney, Visa/Mastercard, Skrill และ Internet-Bank Thai ได้ โดย MiTrade รองรับหลายธนาคารไทย อาทิ ธนาคารกรุงเทพ, กสิกร,  กรุงไทย, TMB, ไทยพาณิชย์และกรุงศรี ถือว่าได้อำนวยความสะดวกมากๆ สำหรับคนไทยอย่างมาก


    16460344881832

    Ad

    *** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


    เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

    กอล์ฟ
    ทำการลงทุนในตลาดการเงินมานานกว่า 7 ปี รวมถึงตลาด Forex หุ้นและทองคำเป็นต้น ความชำนาญเฉพาะการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานด้วย
    Mitrade Logo
    มุมมองการลงทุน
    อำนวยเนื้อหาคอลัมน์ที่มีคุณภาพสูงแก่นักลงทุนทั่วโลก

    คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง: การซื้อขายอาจทำให้คุณสูญเสียเงินทุนทั้งหมด การซื้อขายอนุพันธ์แบบ OTC อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โปรดพิจารณาเอกสาร PDS, FSG, คำชี้แจงการเปิดเผยความเสี่ยงและข้อตกลงลูกค้าก่อนใช้บริการของเรา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โปรดทราบว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีผลประโยชน์ใด ๆ ในสินทรัพย์อ้างอิง

    ขยาย