เยี่ยมชม Mitradeเทรดกับ เว็บ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitrade
สแกนเพื่อดาวน์โหลด
นโยบายกองบรรณาธิการเกี่ยวกับเรา
Mitrade Logoมุมมองการลงทุน

ICO คืออะไร? แตกต่างกับ IPO อย่างไร?

ผู้เขียน
|อัพเดทครั้งล่าสุด 18 พ.ย. 2564 07:22 น.
2480

ส่วนสำคัญ

ICO คืออะไร? แตกต่างกับ IPO อย่างไร?


★ ICO เป็นรูปแบบการระดมทุนยอดนิยมที่มักใช้โดยสตาร์ทอัพที่ต้องการเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิตอลและบล็อกเชน


★ ICO คล้ายคลึงกับหุ้น แต่บางครั้งมีซอฟต์แวร์ บริการหรือผลิตภัณฑ์ที่เสนอให้ใช้


★ บางICO ให้ผลตอบแทนสูงมากกับนักลงทุน ขณะที่ICOนับไม่ถ้วนเป็นการหลอกลวงหรือประสบความล้มเหลวหรือให้ผลตอบแทนย่ำแย่


★ ในการเข้าร่วมICO คุณมักจะต้องซื้อสกุลเงินดิจิตอลก่อนและมีความเข้าใจเบื้องต้นถึงวิธีการใช้ตลาดและ wallet สกุลเงินดิจิตอล


★ โดยส่วนมากแล้วICO ไม่อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานใดๆทั้งสิ้น นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังและความรอบคอบเมื่อทำการค้นคว้าและลงทุนใน ICO

ICO คืออะไร

ICO คือ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในครั้งแรก (IPO) ของอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิตอล  


ICO เป็นช่องทางการระดมทุนซึ่งบริษัทมองหาช่องทางระดมทุนในการสร้างเหรียญ แอพหรือบริการใหม่จัด ICO นักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าซื้อการเสนอขายดังกล่าวและรับโทเคนสกุลเงินดิจิตอลใหม่ที่ออกโดยบริษัท โทเคนนี้อาจเพื่อใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์หรือบริการที่บริษัทเสนอหรืออาจใช้แทนหุ้นของบริษัทหรือโครงการ

ICO ทำงานอย่างไร

เมื่อสตาร์ทอัพสกุลเงินดิจิตอลต้องการระดมทุนผ่าน ICO โดยปรกติแล้ว สตาร์ทอัพมักจะออกสมุดปกขาวซึ่งจะให้คำอธิบายว่าโครงการเกี่ยวกับอะไร ความต้องการของโครงการที่จะบรรลุเมื่อสิ้นสุดโครงการ ต้องการทุนเท่าไหร่ ผู้ก่อตั้งจะถือครองซอฟต์โทเคนไว้มากน้อยแค่ไหน ยอมรับเงินแบบไหนบ้างและแคมเปญ ICO จะดำเนินการนานแค่ไหน


ระหว่างแคมเปญ ICO ผู้สนใจและผู้สนับสนุนโครงการซื้อโทเคนของโครงการด้วยเงินเฟียตหรือสกุลเงินดิจิตอล เหรียญเหล่านี้เรียกว่า โทเคน และคล้ายคลึงกับหุ้นของบริษัทที่ขายให้กับนักลงทุนใน IPO หากทุนที่ระดมมาไม่ถึงจำนวนทุนที่บริษัทต้องการ ทุนดังกล่าวอาจคืนให้กับผู้สนับสนุนและ ICO ดังกล่าวถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ หากสามารถระดมทุนได้ตามข้อกำหนดทุนภายในกรอบเวลาที่กำหนด ทุนที่ได้จะนำไปใช้เพื่อดำเนินการตามเป้าหมายของโครงการ

 

ถึงแม้ ICO จะไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล แต่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) สามารถแทรกแซงได้ ตัวอย่างเช่น ผู้สร้าง Telegram ระดมทุนได้ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก ICO เมื่อปีที่แล้ว แต่ SEC พยายามยุติโครงการดังกล่าวอันเนื่องมาจากกิจกรรมต้องสงสัยว่าผิดกฎหมายในส่วนของทีมงานผู้พัฒนา

การพิจารณาเป็นพิเศษ

ICO คืออะไร


นักลงทุนที่กำลังมองหาการซื้อ ICO ควรทำความคุ้นเคยกับส่วนสกุลเงินดิจิตอลให้มากขึ้น เพราะใน ICO ส่วนใหญ่ นักลงทุนจะต้องซื้อโทเคนด้วยสกุลเงินดิจิตอลที่มีอยู่แล้ว นั่นหมายความว่า นักลงทุน ICO จะต้องมี wallet สกุลเงินดิจิตอลสำหรับสกุลเงินอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum เช่นเดียวกับมี wallet ที่สามารถรองรับโทเคนหรือสกุลเงินที่นักลงทุนต้องการซื้อได้


แล้วจะหาค้นหา ICO ที่น่าสนใจเข้าร่วมอย่างไร ไม่มีสูตรสำเร็จในการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ ICO ล่าสุด สิ่งที่ดีที่สุดที่นักลงทุนที่สนใจสามารถกระทำได้คือ อ่านเกี่ยวกับโครงการใหม่ ๆ ทางออนไลน์ ICO จะทำการทุ่มโฆษณาอย่างมาก และมีหลากหลายสถานที่บนโลกออนไลน์ที่นักลงทุนรวมตัวกับเพื่อพูดคุยโอกาสใหม่ ๆ มีหลายไซต์ที่ทำการรวบรวม ICO ทำให้นักลงทุนสามารถค้นพบ ICO ใหม่ ๆ และเปรียบเทียบข้อเสนอของแต่ละ ICO

ICO กับ IPO แตกต่างกันอย่างไร

※ สำหรับบริษัทดั้งเดิมแล้ว มีไม่กี่หนทางในการระดมทุนที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาและขยายกิจการ 


1)บริษัทสามารถเริ่มต้นจากขนาดเล็กและค่อย ๆ เติบโตตามระดับกำไร ซึ่งมีแต่เจ้าของบริษัทที่ครอบครองบริษัทแต่ต้องใช้เวลาในการสะสมทุน


2)อีกทางเลือกหนึ่งคือ บริษัทสามารถมองหานักลงทุนภายนอกสำหรับการสนับสนุนช่วงเริ่มต้น ทำให้บริษัทได้เงินสดจำนวนมากอย่างรวดเร็วแต่ก็มักมาพร้อมกับการมอบสัดส่วนความเป็นเจ้าของให้กับนักลงทุน


3)อีกวิธีหนึ่งคือจากสาธารณชน ระดมทุนจากนักลงทุนบุคคลโดยการขายหุ้นผ่าน IPO


※ ในขณะที่ IPO เกี่ยวข้องกับแต่นักลงทุน ICO อาจเกี่ยวข้องกับผู้สนับสนุนที่สนใจลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งคล้ายคลึงกับการระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิง แต่ ICO แตกต่างจากการระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิงตรงที่ผู้สนับสนุนของ ICO มีแรงจูงใจจากผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน ขณะที่ทุนที่ระดมได้จากแคมเปญการระดมทุนแบบคราวด์ฟันดิงคือเงินบริจาค ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ICO จึงถูกเรียกว่า “การเสนอขายต่อประชาชนหมู่มาก”


※ ICO เองยังมีความแตกต่างทางโครงสร้างอย่างน้อยสองประการจาก IPO ประการแรกคือ ICO ส่วนมากไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล หมายความว่า องค์กรภาครัฐบาล เช่น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ไม่สามารถควบคุมดูแล ICO ประการที่สอง เนื่องจากการกระจายศูนย์และขาดกฎระเบียบ ICO จึงมีอิสระในด้านโครงสร้างมากกว่า IPO


※ ICO สามารถสร้างได้หลายรูปแบบ ในบางกรณี บริษัทกำหนดเป้าหมายเฉพาะหรือข้อจำกัดสำหรับทุนของตน หมายความว่า แต่ละโทเคนที่ขายใน ICO มีราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและจำนวนโทเคนทั้งหมดไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในบางกรณี จำนวนโทเคน ICO ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่เป้าหมายทุนเป็นแบบพลวัต หมายความว่า การกระจายโทเคนไปยังนักลงทุนจะขึ้นอยู่กับจำนวนทุนที่ระดมมาได้ (นั่นคือ ยิ่งยอดทุนที่ระดมได้จาก ICO มีมากเท่าไหร่ ราคาโทเคนโดยรวมจะยิ่งสูงเท่านั้น)


※ นอกจากนั้นยังมีแบบจำนวนโทเคนแบบพลวัตซึ่งกำหนดตามจำนวนทุนที่ได้รับจากการระดมทุน ในกรณีเหล่านี้ ราคาโทเคนไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ไม่มีการจำกัดจำนวนโทเคนทั้งหมด

ข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของ ICO

ข้อได้เปรียบของ ICO

※ ใน IPO นักลงทุนได้รับหุ้นของบริษัทเป็นการตอบแทนจากการลงทุน ในกรณีของ ICO นั้นไม่มีหุ้น แต่บริษัทที่ระดมทุนผ่าน ICO มอบบล็อกเชนที่เทียบเท่ากับหุ้น - โทเคนสกุลเงินดิจิตอล ในกรณีส่วนใหญ่ นักลงทุนจ่ายด้วยโทเคนยอดนิยมที่มีอยู่แล้วอย่าง Bitcoin หรือ Ether และรับโทเคนใหม่ในจำนวนที่เทียบเท่าเป็นการตอบแทน


※ เป็นเรื่องน่าสนใจว่า บริษัทสามารถจัด ICO เพื่อสร้างโทเคนเหล่านี้ง่ายเพียงใด มีบริการออนไลน์ที่ทำให้สามารถสร้างโทเคนสกุลเงินดิจิตอลภายในเสี้ยววินาที นักลงทุนควรตระหนักถึงสิ่งนี้เมื่อพิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างหุ้นและโทเคน - โทเคนไม่มีมูลค่าในตัวและการรับประกันทางกฎหมาย ผู้จัดการ ICO สร้างโทเคนตามเงื่อนไขของ ICO รับโทเคนและกระจายโทเคนตามแผนของ ICO ด้วยการโอนโทเคนไปยังนักลงทุนบุคคล


※ นักลงทุนเริ่มต้นในการดำเนินการ ICO มักมีแรงจูงใจในการซื้อโทเคนด้วยหวังว่าแผนดังกล่าวจะประสบความสำเร็จหลังจากเปิดตัว ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง มูลค่าของโทเคนที่พวกเขาซื้อระหว่าง ICO จะสูงกว่าราคาที่กำหนดในตอน ICO และนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทน ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์หลักของ ICO คือ โอกาสสำหรับผลตอบแทนที่สูงมาก


※ ICO ทำให้นักลงทุนจำนวนมากกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน ดูที่ตัวเลขปี 2560 ในปีดังกล่าว มี 435 ICO ที่ประสบความสำเร็จซึ่งแต่ละ ICO สามารถระดมทุนโดยเฉลี่ย 12.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยอดระดมทุนทั้งหมดของปี 2560 อยู่ที่ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 10 โครงการที่ใหญ่ที่สุดสามารถระดมทุนได้รวมกันถึง 25% ของยอดระดมทุนทั้งหมดของปี ยิ่งกว่านั้น โทเคนที่ซื้อใน ICO ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 12.8 เท่าจากการลงทุนเริ่มแรกตามมูลค่าดอลลาร์


ข้อเสียเปรียบของ ICO

※ ด้วย ICO เป็นต้นแบบในอุตสาหกรรมบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิตอล ICO มาพร้อมกับความท้าทาย ความเสี่ยงและโอกาสที่คาดไม่ถึง นักลงทุนจำนวนมากเข้าซื้อ ICO ด้วยหวังจะทำผลตอบแทนจำนวนมากและรวดเร็วจากการลงทุนของตน ICO ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นที่มาของความหวังนี้ ด้วย ICO สามารถสร้างผลตอบแทนจำนวนมาก แรงกระตุ้นของนักลงทุนสามารถนำพาไปสู่หายนะเช่นกัน


※ เพราะ ICO ส่วนใหญ่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ICO จึงเต็มไปด้วยการหลอกลวงและพวกต้มตุ๋นที่กำลังมองหานักลงทุนที่ไม่หาข้อมูลและแสดงความสนใจออกนอกหน้า และด้วย ICO ไม่อยู่ภายใต้การกำกับจากองค์กรกำกับทางการเงินอย่าง SEC ทุนที่สูญจากการหลอกลวงหรือความขาดความสามารถอาจไม่สามารถกู้คืนมาได้


※ ความสำเร็จอย่างถล่มทลายของ ICO ในปี 2560 นำมาสู่ผลกระทบด้านลบจากหน่วยงานภาครัฐบาลและหน่วยงานที่มิใช่ของรัฐบาลในต้นเดือนกันยายน 2560 ธนาคารกลางของจีนประกาศแบน ICO อย่างเป็นทางการโดยกล่าวหา ICO เป็นภัยต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน


※ ธนาคารกลางของจีนห้ามการใช้โทเคนเป็นสกุลเงินและห้ามมิให้ธนาคารเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับ ICO ผลลัพธ์คือ ราคา Bitcoin และ Ethereum ดิ่งลง ซึ่งคนจำนวนมากถือเป็นสัญญาณถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลจะออกมาเพิ่มเติม การห้ามดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการเสนอขายที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ในต้นปี 2561 Facebook, Twitter และ Google ห้ามการโฆษณา ICO


นักลงทุนสามารถหลีกเลี่ยงการหลอกลวงโดยอาศัย ICO ได้ ?

ไม่มีการรับประกันว่านักลงทุนจะไม่ตกอยู่ภายใต้การหลอกลวงเมื่อทำการลงทุน ICO เพื่อหลีกเลี่ยงการหลอกลวงโดยอาศัย ICO บังหน้า นักลงทุนควรจะ

 

 ※ ทำให้มั่นใจว่าผู้พัฒนาสามารถกำหนดเป้าหมายของตนอย่างชัดเจน ICO ที่ประสบความสำเร็จมักจะมีสมุดปกขาวที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมาพร้อมด้วยเป้าหมายที่กระชับและชัดเจน


 ※ รู้จักผู้พัฒนา นักลงทุนควรพยายามอย่างยิ่งเพื่อความโปร่งใส 100% จากบริษัทที่จัด ICO


 ※ มองหาเงื่อนไขและข้อกำหนดทางกฎหมายที่กำหนดสำหรับ ICO เพราะหน่วยงานกำกับดูแลภายนอกมักจะไม่ควบคุมดูแลในส่วนนี้ เป็นเรื่องของนักลงทุนในการทำให้มั่นใจว่า ICO ถูกต้องตามกฎหมาย


 ※ ทำให้มั่นใจว่าเงินทุน ICO เก็บอยู่ใน wallet ของเอสโครว์ ซึ่งเป็น wallet ที่จำเป็นต้องมีหลายคีย์เพื่อเข้าถึง ซึ่งมี   ประโยชน์ในการปกป้องจากการหลอกหลวง โดยเฉพาะเมื่อบุคคลที่สามซึ่งไม่มีส่วนได้เสียเป็นผู้ถือครองคีย์


What is ICO?

ตัวอย่างของ ICO

※ ด้วย ICO เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และเช่นเดียวกับทุนที่ระดมได้จากโครงการที่ใหญ่ที่สุด เมื่อทำการประเมิน ICO ควรพิจารณาจากทั้งจำนวนทุนที่ระดมได้จาก ICO เช่นเดียวกับผลตอบแทนจากการลงทุน บางครั้ง ICO ที่มีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีอาจไม่ใช่โครงการที่ระดมทุนได้มากที่สุดและเช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม 


※ ICO ของ Ethereum ในปี 2557 เป็น ICO ในยุคเริ่มต้นซึ่งสามารถระดมทุนได้ถึง 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเวลาเพียง 42 วัน Ethereum ได้รับการพิสูจน์ว่ามีส่วนสำคัญสำหรับการทำ ICO ซึ่งต้องขอบคุณนวัตกรรมของ Ethereum ในส่วนของแอปการกระจายศูนย์ (dApps) เมื่อตอนเปิดตัว Ethereum มีราคาประมาณ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐ และตอนนี้ ณ วันที่ 6 มกราคม 2563 มีราคาซื้อขายที่ 138 ดอลลาร์สหรัฐ


※ ในปี 2558 เกิด ICO สองช่วงขึ้นสำหรับบริษัทที่ชื่อ Antshares ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น NEO ICO ช่วงแรกสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2558 และ ICO ช่วงที่สองดำเนินต่อมาจนถึงเดือนกันยายน 2559 ในช่วงดังกล่าว NEO ทำเงินได้ประมาณ 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้จะไม่ใช่หนึ่งใน ICO ที่ใหญ่ที่สุดในแง่ของทุนที่ระดมได้ แต่ ICO ดังกล่าวมอบ ROI ที่ดีมากสำหรับนักลงทุนเริ่มแรกจำนวนมาก ราคาของ NEO ตอนทำ ICO อยู่ที่ประมาณ 0.03 ดอลลาร์สหรัฐ และช่วงที่ราคาสูงสุด ราคาซื้อขายอยู่ที่ 10.74 ดอลลาร์สหรัฐ


※ ICO สามารถสร้างตัวเลขจำนวนมากในด้านของยอดทุนทั้งหมดที่ระดมมาได้ ICO ที่ใหญ่ที่สุดตามมาตรวัดนี้คือ Filecoin โครงการพื้นที่จัดเก็บระบบคลาวด์แบบกระจายศูนย์ ในช่วง ICO หนึ่งเดือนที่สิ้นสุดเดือนกันยายน 2560 Filecoin สามารถระดมทุนได้ประมาณ 257 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทที่อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์ม EOS ทำลายสถิติของ Filecoin โดยสามารถระดมทุนได้สูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


��

ทำไมเทรดกับ MiTrade  

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์สัญชาติออสเตรเลียที่ให้บริการ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  MiTrade กวาดมาแล้วทั้ง 'รางวัลแพลตฟอร์มเทรดบนมือถือที่ดีที่สุด' จาก Forex Awards ในปี 2019, 'รางวัลโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เติบโตเร็วสุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2019 / 2020 , 'รางวัลแอพพลิเคชั่นเทรดฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business ในปี 2020 และ 'รางวัลโบรกเกอร์ที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม' จากเว็บไซต์ FxDailyInfo ในปี 2020


16028372378147

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เนื่องจาก MiTrade ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) และถือ Australian Financial Services Licence (AFSL 398528) การซื้อขายและการจัดการต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทาง ASIC(วิธีการตรวจโบรกเกอร์ CFD)

และเงินทุนของท่านจะถูกเก็บแยกไว้ในบัญชีประเภททรัสต์ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศออสเตรเลีย

15990177839570

   ระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมความเสียงในการเทรดได้มากขึ้น

   อำนวยเครื่องมือการเทรดต่างๆ ให้ใช้ฟรี เช่น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค, ปฏิทินทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

   แพลตฟอร์มการเทรดที่พัฒนาขึ้นมาเอง ใช้งานที่เรียบง่าย  เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่อย่างมาก

   เจ้าหน้าที่คนไทยคอยให้บริการ 24 ชั่วโมง 5 วันทำการเพื่อแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ

   เลเวอเรจสูง 

   เงินฝากขั้นต่ำ $50 ดอลล่าร์

   ขนาดซื้อขายขั้นต่ำ 0.01 ล็อต

   ค่าคอมมิชชั่น 0 และสเปรดต่ำ


เริ่มเทรดด้วยเพียง 3 ขั้นตอน

ยังมือใหม่? ไม่เป็นไร! MiTrade ได้จัดบัญชีทดลองเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 USD เพื่อให้ท่านฝึกฝนทักษะการเทรดโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ 


 เปิดบัญชีเทรดทดลอง >


*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา

 

เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

พัฒนพงษ์ พงศ์ศุภสมิทธ
ทำการลงทุนในตลาดการเงินมานานกว่า 7 ปี รวมถึงตลาด Forex หุ้นและทองคำเป็นต้น ความชำนาญเฉพาะการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานด้วย
Mitrade Logo
มุมมองการลงทุน
อำนวยเนื้อหาคอลัมน์ที่มีคุณภาพสูงแก่นักลงทุนทั่วโลก

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง: การซื้อขายอาจทำให้คุณสูญเสียเงินทุนทั้งหมด การซื้อขายอนุพันธ์แบบ OTC อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โปรดพิจารณาเอกสาร PDS, FSG, คำชี้แจงการเปิดเผยความเสี่ยงและข้อตกลงลูกค้าก่อนใช้บริการของเรา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โปรดทราบว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีผลประโยชน์ใด ๆ ในสินทรัพย์อ้างอิง

ขยาย