เยี่ยมชม Mitradeเทรดกับ เว็บ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitrade
สแกนเพื่อดาวน์โหลด
เกี่ยวกับเรา
Mitrade Logoมุมมองการลงทุน

NASDAQ 100 คืออะไร?NASDAQ 100 ซื้อยังไง?

กอล์ฟ|17 พ.ย. 2564 08:36 น.
16179

NASDAQ 100 เป็นหนึ่งในดัชนีการเติบโตขนาดใหญ่ที่โดดเด่นของโลก บทความนี้จะพานักลงทุนทุท่านไปทำความรู้จักกับ NASDAQ 100 รวมถึง NASDAQ 100 คืออะไร, วิธีคำนวณดัชนี NASDAQ 100, บริษัทใน NASDAQ 100 มีอะไรบ้าง, เกณฑ์การคัดเลือกบริษัทเข้าดัชนี NASDAQ 100, ความแตกต่างระหว่างดัชนี NASDAQ 100 และดัชนี NASDAQ Composite, ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนี NASDAQ 100 และที่สำคัญที่สุดคือ NASDAQ 100 ซื้อยังไง หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนทุกท่านนะคับ

NASDAQ 100 คืออะไร

ดัชนี NASDAQ 100 จัดทำครั้งแรกในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2528 NASDAQ 100 (NDX) คือ ดัชนีหุ้น 100 บริษัทขนาดใหญ่ (ไม่ใช่บริษัทเงินทุน) ที่จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก ประกอบด้วยบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในประเทศและต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด 100 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นแนสแด็กตามราคาตลาด NASDAQ 100 เป็นที่ตั้งของ บริษัท สี่แห่งที่ทำรายได้แตะหลักล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ได้แก่ Apple (AAPL), Amazon (AMZN), Microsoft (MSFT) และ Alphabet (GOOG, GOOGL)


บริษัทที่โดดเด่นเหล่านี้พร้อมกับบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Cisco (CSCO), Qualcomm (QCOM), Intel (INTC), NVIDIA (NVDA), ไมครอน (MU), Adobe (ADBE), Advanced Micro Devices (AMD) และ Baidu (BIDU) มักสร้างความประทับใจในฐานะดัชนีเทคโนโลยี


ในขณะที่เทคโนโลยีเป็นส่วนที่โดดเด่นในดัชนี ก็มีความสมดุลอย่างดีจากภาคส่วนต่างๆ เช่น บริการ, สุขภาพ, สินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งประกอบอีก 50% ภาคบริษัทบริการผู้บริโภคคิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก 17% ในทศวรรษที่แล้ว


ภายในภาคการดูแลสุขภาพ NASDAQ 100 เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดบางแห่งเช่น Gilead (GILD), Regeneron (REGN), Vertex (VRTX) และ Amgen (AMGN) บริษัทเหล่านี้กำลังดำเนินการวิจัยที่ทันสมัย เมื่อเร็ว ๆ นี้ Regeneron Pharmaceuticals ได้ประกาศความก้าวหน้าที่สำคัญในโครงการแอนติบอดี COVID-19 ใหม่ในขณะที่ Gilead ได้เริ่มการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 สองครั้งเพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ remdesivir (การตรวจสอบนิวคลีโอไทด์อะนาล็อก) ในผู้ใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น COVID-19 หน่วยงานด้านสุขภาพของจีนได้เริ่มการทดลองทางคลินิกสองครั้งในผู้ป่วยเพื่อพิจารณาศักยภาพของ remdesivir ในการรักษาโคโรนาไวรัส


หากเราดูแนวโน้มของตลาดในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ เช่น Zoom (ZM) กำลังเพิ่มขึ้นในรูปแบบการทำงานจากที่บ้าน ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ เช่น American Airlines (AAL) และ Expedia (EXPE) กำลังประสบปัญหาเนื่องจากการหยุดการเดินทาง

บริษัทที่นำการบริโภคเช่น Netflix (NFLX), Pepsi (PEP), Costco (COST) และ Starbucks (SBUX) ซึ่งบางส่วนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากปัญหาของซัพพลายเชนและการหยุดชะงัก ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ ได้รับผลประโยชน์บางส่วนจากนั้น


ในขณะที่เราดูภาพรวม บริษัทใน NDX มีความหลากหลายและอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับ S&P 500 เนื่องจากไม่มีภาคเช่นพลังงานและการการเงิน สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของดัชนีนี้คือการมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่เป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมและการเติบโตในอนาคต ตั้งแต่ปี 2008 NASDAQ 100 ได้สร้างอัตราการเติบโตที่สูงกว่าดัชนีคู่แข่งเช่นดัชนี S&P 500


แหล่งข้อมูล: www.nasdaq.com

วิธีคำนวณดัชนี NASDAQ 100

ดัชนี NASDAQ 100 ใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (market cap) มูลค่าของดัชนีคำนวณจากมูลค่าสะสมของหุ้นดัชนีของแต่ละหลักทรัพย์ดัชนีคูณด้วยราคาปิดล่าสุดของแต่ละหลักทรัพย์ดังกล่าวหารด้วยตัวหารของดัชนี 


ในกรณีที่หลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่งถูกห้ามมิให้ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หลักที่หลักทรัพย์ดังกล่าวจดทะเบียน จะใช้ราคาปิดล่าสุดของราคาหลักทรัพย์ดังกล่าวในการคำนวณจนกว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวจะสามารถทำการซื้อขายได้อีกครั้ง

บริษัทใน NASDAQ 100 มีอะไรบ้าง

10 บริษัทแรกของดัชนี NASDAQ 100 (ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2563) ประกอบด้วย


• Apple 

• Amazon

• Microsoft

• Facebook

• Alphabet (GOOGL)

• Alphabet (GOOG)

• Intel

• Tesla

• PayPal Holdings

• Adobe Inc


คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ 


สัดส่วนของดัชนี NASDAQ 100 จะมีการปรับเมื่อ:


• น้ำหนักปัจจุบันของหลักทรัพย์ดัชนีใดมากกว่า 24% ของดัชนี

• น้ำหนักของกลุ่มหลักทรัพย์ดัชนีซึ่งแต่ละหลักทรัพย์ดัชนีมีน้ำหนักปัจจุบันเกิน 4.5% ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วเกิน 48% ของดัชนี

เกณฑ์การคัดเลือกบริษัทเข้าดัชนี NASDAQ 100

บริษัทจะต้องผ่านเกณฑ์ที่เข้มงวดต่อไปนี้เพื่อมีสิทธิ์เข้าดัชนี NASDAQ 100


• ไม่เป็นบริษัทเงินทุน

• มีปริมาณการซื้อขายโดยเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 200,000 หุ้น

• ไม่อยู่ในกระบวนการล้มละลาย

• จดทะเบียนบนตลาดแนสแด็ก Global Select หรือ Global Market เท่านั้น

• เสนอขายแก่สาธารณชนบนตลาดที่จัดตั้งในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาสามเดือน

• รายงานประจำปีและรายงานประจำไตรมาสเป็นปัจจุบัน


NASDAQ 100 (NDX) คืออะไร?

ความแตกต่างระหว่างดัชนี NASDAQ 100 และดัชนี NASDAQ Composite

1. จำนวนหลักทรัพย์

• ดัชนี NASDAQ 100 ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดด้วย 103 หลักทรัพย์จาก 100 บริษัทขนาดใหญ่ (ที่ไม่ใช่บริษัทเงินทุน) ที่จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก


• ดัชนี NASDAQ Composite ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดด้วย 3,300 หลักทรัพย์ (เช่น หุ้น หุ้นติดตาม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์) ที่จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก


2. ช่วงเวลา

• ดัชนี NASDAQ 100 จัดทำครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2528

• ดัชนี NASDAQ Composite เปิดตัวครั้งแรกในพ.ศ. 2519

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนี NASDAQ 100

1. ผลการดำเนินงานของหุ้น เช่น ตัวเลขผลประกอบการ การประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ การประกาศปลดคนงาน ล้วนมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานหุ้นและราคาหุ้น โดยหุ้นที่มีสัดส่วนสูงจะส่งผลกระทบต่อดัชนีมากกว่าหุ้นที่มีสัดส่วนน้อย


2. ปัจจัยพื้นฐาน เช่น ตัวเลขการจ้างงาน ตัวเลขภาคการผลิต อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจล้วนส่งผลกระทบต่อดัชนีทั้งสิ้น

NASDAQ 100 ซื้อยังไง

นักลงทุนสามารถซื้อ NASDAQ 100 Index ยังไงเพื่อทำกำไรได้? ที่จริงเราไม่สามารถซื้อดัชนี NASDAQ 100 Index โดยตรง แต่เราสามารถซื้อกองทุนหรือตราสารอนุพันธ์ที่ใช้ NASDAQ 100 Index เป็นดัชนีอ้างอิง เช่น กองทุน K-USXNDQ-A(D), ตราสารอนุพันธ์ NASDAQ 100 Index Futures, NASDAQ 100 Options หรือ NASDAQ 100 CFD 


กองทุน NASDAQ 100 จะเหมาะกับนักลงทุนที่ชื่นชอบรูปแบบการลงทุนระยะยาว Future กับ Options เป็นตราสารอนุพันธ์ที่ซับซ้อนเข้าใจยากสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่  ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่แสวงหาวิธีการลงทุนที่ง่ายกว่า มีเงินทุนน้อยแต่ต้องการทำกำไรจากความเคลื่อนไหวจาก NASDAQ 100 Index ในระยะสั้น ผมขอแนะนำเทรด NASDAQ 100 Index CFD นะครับ


�CFD คืออะไร?

CFD หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง ย่อมาจาก Contract of Difference เป็นตราสารอนุพันธ์เสนอความได้เปรียบด้านอัตราทด (Leverage) ให้กับเทรดเดอร์ ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางเงินเพียงจำนวนหนึ่งแต่ก็ยังจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับการซื้อขายสินค้านั้นจริง ๆ และนับเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความคล่องตัวสูง เพราะเทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องถือครองสินค้าแต่เป็นสัญญาที่ทำการซื้อขายได้ทันทีเพียงส่งคำสั่งซื้อขาย โดยนักลงทุนสามารถถือสถานะซื้อ (คาดเดาว่าราคาจะขึ้น) หรือสถานะขาย (คาดเดาว่าราคาจะลดลง) ถือเป็นรูปแบบการลงทุนระยะสั้นเนื่องจากเทรดภายในกรอบเวลาที่สั้นลง  


★ ตัวอย่าง

-  หากคุณคิดว่ากราฟ NASDAQ 100 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คุณเปิดสถานะซื้อ ถ้ากราฟ NASDAQ 100 เพิ่มขึ้นไปตามที่คุณคาด คุณปิดตำแหน่งได้กำไร


-  หากคุณคิดว่ากราฟ NASDAQ 100 จะมีแนวโน้มลดลง คุณเปิดสถานะขาย ถ้ากราฟ NASDAQ 100 ลดลงไปตามที่คุณคาด คุณปิดตำแหน่งได้กำไร


ด้วย Leverage 1:200 เทรดเดอร์เพียงฝากมาร์จิ้น 100 USD ไว้ก็สามารถเปิดคำสั่งที่มีมูลค่า 20, 000 USD ได้แล้วแทนที่จะต้องมีเงินเต็มจำนวน 20, 000 USD เมื่อเทรดรูปแบบอื่น       


15985166581149

�ข้อดีของ CFD 

สรุปคือการเทรด NASDAQ 100 ผ่าน CFD ทำให้เทรดเดอร์มีความได้เปรียบกว่าเครื่องมืออื่น ๆ หลายอย่างดังนี้


1.       เพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้

การเทรด CFD คือการทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ทำให้เทรดเดอร์สร้างผลกำไรได้ทั้งราคาสินค้าที่เป็นขาขึ้นและขาลง โดยเลือกการเปิดสถานะซื้อ เมื่อคาดว่าราคาเป็นขาขึ้น และทำกำไรจากการซื้อถูกขายแพง ขณะที่หากมองว่าราคาเป็นขาลงก็เปิดสถานะขาย เพื่อทำกำไรจากการขายแพงไปก่อนแล้วค่อยซื้อกลับในราคาถูก


2.       ใช้เงินทุนน้อย 

การซื้อขายสินค้าปกติเทรดเดอร์อาจต้องใช้เงินขั้นต่ำหลายพันดอลลาร์ แต่การเทรด CFD ทำให้เทรดเดอร์วางเงินแค่บางส่วนและเลือกขนาดเงินลงทุนได้โดยเลือกจำนวน Lot size และสำหรับการเทรดดัชนีหุ้นแต่ละโบรกจะมีขั้นต่ำแตกต่างกันไป 


3.       อาศัยอัตราทดเพิ่มสัดส่วนของผลกำไร 

ถึงแม้เทรดเดอร์จะใช้เงินทุนจำนวนน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสทำกำไรจะน้อยลงไปด้วย เพราะเครื่องมืออย่าง CFD มีจุดเด่นที่การใช้อัตราทดทำให้เทรดเดอร์สร้างผลกำไรได้ไม่ต่างจากการซื้อขายสินค้าจริง


4.       มีช่วงเวลาซื้อขายยืดหยุ่น 

ดัชนีหุ้น CFD มีการซื้อขายแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน และตลอด 5 วันต่อสัปดาห์ CFD เป็นอีกเครื่องมือตัวหนึ่งที่เปิดให้เทรดเดอร์ทำการซื้อขายสินค้าตัวนี้ได้ตลอดเวลาตามการซื้อขายในตลาดโลกโดยที่ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น จึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเทรดเดอร์ด้วยเวลาการเทรดที่ยืดหยุ่น


�ข้อเสียของ CFD 

การลงุทนทุกรูปแบบย่อมมีข้อดีและข้อเสีย การเทรด CFD ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ อัตราทด (Leverage) ที่เป็นจุดเด่นของเครื่องมือนี้เป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง คือสามารถช่วยเพิ่มขยายผลกำไรเช่นเดียวกันกับผลขาดทุน 


ดังนั้น นักลงทุนควรบริหารความเสี่ยงให้ดีๆ เช่น หลีกเลี่ยงใช้เลเวอเรจสูงเกิน, ใช้เครื่องมือจัดความเสี่ยงต่างๆ อาทิ stop loss / trailing stop และ เลือกโบรกเกอร์ที่อำนวยระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบ(จะทำให้ยอดคงเหลือของคุณไม่มีวันจะติดลบได้) เป็นต้น


�เทรด CFD กับโบรกเกอร์ไหนดี?

ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ CFD มากมายในตลาดให้เลือกใช้ แต่เทรดเดอร์ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเงินทุน ความสะดวก และต้นทุนการเทรดก่อนตัดสินใจเลือกโบรเกอร์สักโบรกหนึ่งมาเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย หลักเกณ์ในการเลือกโบรกเกอร์ CFD มีดังนี้


●  ความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ CFD เป็นหลักการแรกในการเลือกโบรกเกอร์ เงินทุนของคุณจะได้ฝากถอนปกติและไม่ต้องกังวลเรื่องโดนโกง หรือโบรกเกอร์หนี


●  ค่าคอมมิชชั่น&สเปรด สองอย่างนี้เป็นต้นทุนอย่างหนึ่งในการเทรดและนักลงทุนไม่ควรมองข้ามเลย เพราะถึงจะเป็นจำนวนเล็กน้อยแต่การซื้อขายหลายครั้งจะทำให้จำนวนน้อย ๆ นี้กลายเป็นต้นทุนที่มากขึ้นได้


●  อินเตอร์เฟซ  อินเตอร์เฟซที่เข้าถึงง่าย ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนจะทำให้กระบวนการเทรดรวดเร็วและราบรื่นมากขึ้น


●  เครื่องมือต่างๆ  โบรกเกอร์ที่ดีจะอำนวยเครื่องมือต่างๆ ให้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยเทรดหรือเครื่องมือจัดความเสี่ยง


●  บริการลูกค้า เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่การเทรดทุกอย่างจะราบรื่นไปได้ตลอด การบริการลูกค้าหรือช่วงเวลาให้บริการจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะสามารถบริการลูกค้าได้ทันท่วงที และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องดูเช่นกัน


●  บัญชีเทรดทดลอง บางโบรกจะมีบัญชีให้ทดลองเทรดเพื่อให้นักลงทุนคุ้นเคยตลาด CFD และฝึกฝนทักษะการเทรดโดยไม่ต้องวางเงินจริง ซึ่งอันนี้สำคัญมากต่อนักลงทุนมือใหม่


●  โปรโมชั่น นักลงทุนควรศึกษาโปรโมชั่นโดยเฉพาะโปรโมชั่นสำหรับผู้เปิดบัญชีใหม่และโปรโมชั่นฝากเงิน เพื่อไม่ให้เสียโอกาสที่ควรได้ไป


ซึ่งเราพร้อมที่จะเสนอโบรกเกอร์ CFD สัญชาติออสเตรเลีย - MiTrade ให้กับนักลงทุนทุกท่านแล้ว!!



15984299569060


��

ทำไมถึงเทรดกับ MiTrade  

   MiTrade เป็นโบรกเกอร์สัญชาติออสเตรเลียที่ให้บริการ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ก่อนหน้านี้ MiTrade กวาดมาแล้วทั้ง 'รางวัลโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เติบโตเร็วสุดในออสเตรเลีย' จากนิตยสาร International Business และ 'รางวัลแพลตฟอร์มเทรดบนมือถือที่ดีที่สุด' จาก Forex Awardsในปี 2019 , ส่วนในปี 2020 MiTrade ยังได้รับ 'รางวัลโบรกเกอร์ที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม' จากเว็บไซต์ FxDailyInfo


15984360368419

  MiTrade เป็นโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ เนื่องจาก MiTrade ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การควบคุมของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) และถือ Australian Financial Services Licence (AFSL 398528) การซื้อขายและการจัดการต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทาง ASIC(วิธีการตรวจโบรกเกอร์ CFD)

และเงินทุนของท่านจะถูกเก็บแยกไว้ในบัญชีประเภททรัสต์ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศออสเตรเลีย

15984360459428

   MiTrade อำนวยเครื่องมือการเทรดต่างๆ ให้ใช้ฟรี เช่น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค, ปฏิทินทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

   MiTrade มีระบบป้องกันยอดคงเหลือติดลบและเครื่องมือจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เช่น stop loss / trailing stop เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมความเสียงในการเทรดได้มากขึ้น

   MiTrade ให้เลเวอเรจสูงสุดถึง 1: 200 ถือว่าไม่ต่ำและไม่สูงมากด้วย 

   MiTrade มีแพลตฟอร์มการเทรดที่พัฒนาขึ้นมาเอง เน้นประโยชน์การใช้งานที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่อย่างมาก

   MiTrade มีฝ่ายบริการลูกค้าให้บริการ 24 ชั่วโมง 5 วันทำการเพื่อแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ

   MiTrade ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น และด้วยการที่มีสเปรดต่ำ จะช่วยประยัดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้มากขึ้น

 

ยังมือใหม่? ไม่เป็นไร! MiTrade ได้จัดบัญชีทดลองเทรดด้วยเงินเสมือนจริง $50, 000 USD เพื่อให้ท่านฝึกฝนทักษะการเทรด CFD โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ 


 เปิดบัญชีทดลองเทรด >


โปรโมชั่น เพื่อตอบสนองลูกค้า MiTrade ได้จัดโปรโมชั่นรับโบนัสทดลองเทรด $50 USD โดยสามารถใช้โบนัสเป็นเงินมาร์จิ้นและยังสามารถถอนกำไรที่เทรดออกมาได้ด้วยและโบนัสฝากเงิน สูงถึง $3, 000 USD ด้วย เช็ครายละเอียด >>>


15952350578112


*** ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา 

เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

กอล์ฟ
ทำการลงทุนในตลาดการเงินมานานกว่า 7 ปี รวมถึงตลาด Forex หุ้นและทองคำเป็นต้น ความชำนาญเฉพาะการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานด้วย
Mitrade Logo
มุมมองการลงทุน
อำนวยเนื้อหาคอลัมน์ที่มีคุณภาพสูงแก่นักลงทุนทั่วโลก

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง: การซื้อขายอาจทำให้คุณสูญเสียเงินทุนทั้งหมด การซื้อขายอนุพันธ์แบบ OTC อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โปรดพิจารณาเอกสาร PDS, FSG, คำชี้แจงการเปิดเผยความเสี่ยงและข้อตกลงลูกค้าก่อนใช้บริการของเรา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โปรดทราบว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีผลประโยชน์ใด ๆ ในสินทรัพย์อ้างอิง

ขยาย