เยี่ยมชม Mitradeเทรดกับ เว็บ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitradeเทรดกับ แอพ Mitrade
สแกนเพื่อดาวน์โหลด
เกี่ยวกับเรา
Mitrade Logoมุมมองการลงทุน

วิเคราะห์ราคาทองคํา (Gold Price) วันนี้ | วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - ประจำวันที่ 9/8/2022

Anonymouz|09 ส.ค. 2565 06:07 น.
26095

ราคาทองคํา (Gold Price) วันนี้


ราคาทองคํา(Gold Price)วันนี้ (ที่มา: MiTrade)


 เทรดทองเดี๋ยวนี้ >


วิเคราะห์ราคาทองคําวันนี้

ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำ Spot เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.8% ขึ้นมาอยู่ที่บริเวณ $1,789 และในส่วนของ Gold Futures ราคาขึ้นมาที่ $1,804


ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น ได้รับแรงหนุนมาจากค่าเงินดอลล่าห์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่อ่อนค่าลง ในขณะที่นักลงทุนและตลาดกำลังเปลี่ยนความสนใจไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพื่อหาเบาะแสและคาดการณ์เกี่ยวกับแผนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED


รวมถึงยังคงจับตาดูการซ้อมรบของจีนใกล้กับไต้หวัน พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ระบุว่า “การซ้อมรบของจีนแสดงให้เห็นถึงกำลังรบสมัยใหม่ที่เตรียมทำสงครามในช่องแคบไต้หวัน” ข่าวนี้ยังมีแนวโน้มที่จะรักษาแนวโน้มขาขึ้นที่ปลอดภัยในตลาดทองคำ


รายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว แม้ GDP รายไตรมาสจะติดลบสองครั้งติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นหลักการที่ระบุว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยก็ตาม และสำหรับทองคำ นี่หมายความว่าการขึ้นของราคาอาจมีความเสี่ยงอยู่ ตามข้อมูลของ TD Securities


โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขการจ้างงานจะอยู่ที่ 250,000 ตำแหน่ง แต่ตัวเลขที่ออกมาสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้กว่าสองเท่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 528,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ทองคำปรับตัวลดลงกว่า 1% ในวันศุกร์ ถึงแม้ในวันจันทร์ทองคำก็เริ่มฟื้นตัวได้


การเติบโตของงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.ค. จากข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ โดยยกระดับการจ้างงานเหนือระดับก่อนเกิดโรคระบาด และทำให้ความกลัวว่าเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะถดถอยจะสงบลง ตลาดอ่านข้อมูลนี้ และใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า FED สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ


Bart Melek หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของ TD Securities เปิดเผยว่า การขายออกของทองคำในวันศุกร์เกิดจากความเชื่อมั่นที่เปลี่ยนไปของตลาด โดยคาดการณ์ถึงราคาที่แท้จริงในการเปลี่ยนแปลงของธนาคารกลางสหรัฐที่มีแนวโน้มจะตึงตัวและอยู่ในเชิงรุกมากขึ้น


“การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น 528,000 ตำแหน่ง การว่างงานลดลงเหลือเพียง 3.5% และการเติบโตของรายได้ที่เกินขนาด 5.2% ต่อปีต่อปี ล้วนบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังขยายตัว แม้ว่าจะมีการประกาศ GDP ประจำไตรมาสติดลบสองครั้งติดต่อกัน” Melek กล่าว “สิ่งนี้ ควบคู่ไปกับความแข็งแกร่งของภาคบริการ และจากการที่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ มีการถือเงินสดในบัญชีเช็คและกองทุนตลาดเงินมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ล้วนบ่งชี้ว่ามีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากมายในระบบ”


ในสัปดาห์นี้ ความสนใจจะอยู่ที่รายงานเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ หรือ CPI โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อประจำปีจะอยู่ที่ 8.7% หลังจากเพิ่มขึ้นเป็น 9.1% ในเดือนมิถุนายน


จากข้อมูลของ Melek อัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และตัวชี้วัดที่น่าจับตามองคือตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมภาคอาหารและพลังงาน “Core CPI อาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาพลังงานที่ลดลงจะทำให้ความกดดันลดลง” เขากล่าว “ข้อมูล CPI ของสหรัฐในเดือนกรกฎาคมในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลหลัก จะเป็นข้อมูลที่น่าจับตามอง เนื่องจากจะเป็นคำใบ้ของแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงดื้อรั้นในระบบ”


บรรดา FED ต่างออกมาแสดงความเห็นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา


Michelle Bowman หนึ่งใน FED เปิดเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐควรพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานอีก 75 จุดในการประชุมที่กำลังจะมีขึ้น เพื่อนำอัตราเงินเฟ้อที่สูงกลับลงมาสู่เป้าหมายของธนาคารกลาง


Charles Evans ประธาน FED ที่ชิคาโก กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะใช้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกินขนาดต่อไป จนกว่าจะเห็นอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง “ถ้าคุณคิดว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ดีขึ้นจริง ๆ 50 จุดพื้นฐาน เป็นการประเมินที่สมเหตุสมผล แต่ 75 ก็ไม่เป็นไร ฉันสงสัยว่าจะมีการเรียกร้องมากกว่านี้ด้วยซ้ำ” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าว


Mary Daly ประธาน FED ของซานฟรานซิสโกกล่าวว่าเงินเฟ้อยังคงเป็นปัญหาอยู่ FED มีหนทางอีกยาวไกล ก่อนที่จะบรรลุเป้าหมายด้านเสถียรภาพราคา Daily กล่าวในระหว่างการสัมภาษณ์ใน LinkedIn “เรายังคงแน่วแน่และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างสมบูรณ์” เธอกล่าว


James Bullard FED ของ St. Louis ยังกล่าวอีกว่า "เรายังมีบางวิธีที่จะไปถึงเป้าหมายด้วยนโยบายการเงินที่เข้มงวด"

ยิ่งไปกว่านั้น Thomas Barkin ประธาน FED ของ Richmond ยอมรับว่า FED ยินดีจ่ายเพื่อให้เงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุม “มีเส้นทางที่จะควบคุมเงินเฟ้อได้ แต่ภาวะถดถอยอาจเกิดขึ้นได้ในกระบวนการ หากทำได้ เราจำเป็นต้องรักษามันในมุมมองที่ว่า ไม่มีใครหนีจากวงจรธุรกิจหรือเศรษฐกิจได้" เขากล่าว


ประธาน FED อย่าง Jerome Powell มีการเกริ่นถึงเบาะแสเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ธนาคารกลางอาจพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย "มากผิดปกติ" อีกครั้งในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระหว่างจุดพื้นฐาน 50 หรือ 75 โดยการตัดสินใจของพวกเขาจะใช้ข้อมูลที่สำคัญจำนวนมาก ซึ่งครอบคลุมอัตราเงินเฟ้อ การจ้างงาน การใช้จ่ายของผู้บริโภค และการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างตอนนี้และหลังจากนั้น


FED อยู่ภายใต้แรงกดดันอีกครั้งในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานอีก 75 จุดในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า เนื่องจากข้อมูลใหม่ในวันศุกร์แสดงให้เห็นว่าการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด แม้จะมีอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น


การสำรวจความคาดหวังของผู้บริโภครายเดือนของธนาคารกลางสหรัฐแห่งนิวยอร์ก แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 6.2% ในปีหน้าและอยู่ที่อัตรา 3.2% ในอีกสามปีข้างหน้า แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้ยังคงสูงมากตามมาตรฐานในอดีต แต่ก็ถือว่าลดลงอย่างมากจากผลลัพธ์ 6.8% และ 3.6% ตามลำดับจากการสำรวจในเดือนมิถุนายน


ผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างจริงจังเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ธนาคารกลางในปี 2022 ได้ขึ้นอัตรามาตรฐานสี่ครั้งรวมเป็น 2.25 เปอร์เซ็นต์และการกำหนดราคาในตลาดบ่งชี้ว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้น 0.75 เปอร์เซ็นต์ติดต่อกันเป็นครั้งที่สามในเดือนกันยายนตามข้อมูลของ CME Group


ในขณะที่ Bloomberg รายงานว่า ปัจจัยที่ยังคงส่งผลให้ราคาทองคำขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงมีอยู่ ส่งผลให้อุปสงค์ของสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำนั้นเพิ่มขึ้น ทองคำแท่งอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ เนื่องจากผลกระทบจากการเยือนไต้หวันของประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ Nancy Pelosi


แนวโน้มราคาทองคำในวันนี้ ในทางเทคนิค ราคาทองคำกลับมามีแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้นในการเข้าสู่ภาวะกระทิงหรือตลาดขาขึ้น หากดูจากเครื่องมือในการวิเคราะห์อย่าง MACD ก็ได้ตัดเส้น 0 ขึ้นมา ซึ่งเป็นการแสดงถึงแนวโน้มขาขึ้นแล้ว ทำให้ในขณะนี้ หากมองจากสัญญาณทางเทคนิคในมุมมองระยะสั้นถึงกลาง ราคาทองคำได้เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น โดยแนวต้านของราคายังคงเป็นช่วง $1,800 ที่เป็นแนวต้านบริเวณจิตวิทยา แต่อย่างไรก็ตาม ในการเป็นแนวโน้มขาขึ้น ไม่ได้หมายถึงราคาจะไม่มีการย่อตัว และสัญญาณอย่าง  MACD ยังคงสามารถเปลี่ยนไป ทำให้หากราคามีการปรับตัว แนวรับของทองตำจะอยู่ที่บริเวณ $1,760 - 1,765 และถัดมาที่บริเวณ $1,750


1660025159897

Ad
เทรดทองกับ Mitrade มีเงินน้อยก็เทรดได้!
*กำกับดูแลโดย ASIC/CIMA/FSC
*เลเวอเรจที่ยืดหยุ่น (1x/20x/50x/100x)
*ฟรีเงินเสมือนจริง $50,000 ดอลล่าร์
*เปิดบัญชีได้ง่ายและเร็วภายใน 3 นาที
*ค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ
ลงทุนมีความเสี่ยง CFD อาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน

Ad

*** ลงทุนมีความเสี่ยง ในการเทรด CFD ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของของสินทรัพย์อ้างอิงใดๆ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกท่าน ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนขั้นต้น เพื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่านควรพิจารณา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนที่จะใช้บริการของเรา


เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำการลงทุนได้ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้นและผู้อ่านไม่ควรใช้บทความนี้เป็นพื้นฐานการลงทุนใด ๆ Mitrade ไม่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใด ๆ ตามบทความนี้และไม่รับประกันความถูกต้องของเนื้อหาของบทความนี้

Anonymouz
ประสบการณ์การลงทุนตั้งแต่ปี 2016 ทั้ง Bitcoin, Cryptocurrency, ทองคำ, Forex รวมถึงตลาดหุ้น โดยใช้การวิเคราะห์ทางด้านเทคนิคคอลและเสริมด้วยปัจจัยจากสถานการณ์โลก รวมถึงเน้นการลงทุนที่ต้องมีการป้องกันความเสี่ยงและ Money management
Mitrade Logo
มุมมองการลงทุน
อำนวยเนื้อหาคอลัมน์ที่มีคุณภาพสูงแก่นักลงทุนทั่วโลก

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง: การซื้อขายอาจทำให้คุณสูญเสียเงินทุนทั้งหมด การซื้อขายอนุพันธ์แบบ OTC อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โปรดพิจารณาเอกสาร PDS, FSG, คำชี้แจงการเปิดเผยความเสี่ยงและข้อตกลงลูกค้าก่อนใช้บริการของเรา และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โปรดทราบว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีผลประโยชน์ใด ๆ ในสินทรัพย์อ้างอิง

ขยาย